← บล็อก
เทรนด์อ่าน 4 นาที

ครม. ต่ออายุ VAT 7% ถึงกันยายน 2570: ฟรีแลนซ์ที่ออกใบกำกับภาษีต้องทำอะไรบ้าง

ข่าวย่อ

คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อขยายเวลาการคงอัตรา VAT ไว้ที่ 7% (รวมภาษีท้องถิ่น) หรือ 6.3% (ไม่รวมภาษีท้องถิ่น) ออกไปอีก 1 ปี คือตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570 จากเดิมที่มาตรการจะสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2569

กรมสรรพากรระบุเหตุผลว่าสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยังไม่แน่นอน อาจกระทบต้นทุนค่าขนส่งและราคาสินค้าอุปโภคบริโภค การคงอัตราไว้จะช่วยชะลอการเพิ่มขึ้นของระดับราคา รักษากำลังซื้อในประเทศ และบรรเทาภาระค่าครองชีพ

สำหรับฟรีแลนซ์ที่จด VAT อยู่แล้ว ต้องทำอะไร

คำตอบตรง ๆ คือ ไม่ต้องทำอะไร และนั่นคือประเด็นสำคัญของข่าวนี้

ข่าวประเภทนี้มีค่าตรงที่มันตัดความไม่แน่นอนออกไปหนึ่งอย่าง ไม่ใช่ตรงที่มันสั่งให้คุณทำอะไร

แต่ควรใช้จังหวะนี้เช็กสามเรื่อง

1. ใบเสนอราคาของคุณเขียนอัตราไว้แบบไหน

เปิดเทมเพลตใบเสนอราคาขึ้นมาดู ถ้าเขียนว่า “ราคาข้างต้นยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%” นั่นคือรูปแบบที่ดี ระบุอัตราชัดเจนและแยกออกจากราคาฐาน

แต่ถ้าเขียนแบบตายตัวว่า “ราคารวม VAT แล้ว 107,000 บาท” โดยไม่แสดงฐานราคาแยก คุณกำลังฝากตัวเลขไว้กับอัตราที่รัฐกำหนด และเป็นอัตราที่ต่ออายุกันปีต่อปีมาตลอด

วิธีเขียนที่ปลอดภัยกว่าคือแสดงสามบรรทัดเสมอ — ค่าบริการ ภาษีมูลค่าเพิ่มตามอัตราที่กฎหมายกำหนด และยอดรวม ถ้าอัตราเปลี่ยนในอนาคต โครงสร้างเอกสารของคุณรับได้เลยโดยไม่ต้องรื้อ

2. คุณเข้าใจจุดที่ความรับผิดในการเสีย VAT เกิดขึ้นหรือยัง

สำหรับการให้บริการ ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มโดยทั่วไปเกิดขึ้นเมื่อ ได้รับชำระราคาค่าบริการ ไม่ใช่ตอนที่คุณส่งงานหรือตอนที่ออกใบแจ้งหนี้

นี่คือจุดที่ฟรีแลนซ์สับสนกันมากที่สุด และเป็นเหตุผลว่าทำไมยอดใน ภ.พ.30 กับยอดในใบแจ้งหนี้ที่ออกไปในเดือนนั้นถึงไม่เท่ากัน ถ้าคุณออกบิลเดือนสิงหาคมแต่ลูกค้าจ่ายเดือนตุลาคม VAT ก้อนนั้นจะไปโผล่ในรอบของเดือนตุลาคม

ข่าวการต่ออายุอัตราแปลว่าคุณไม่ต้องกังวลว่างานที่บิลไปในเดือนกันยายนแล้วลูกค้าจ่ายเดือนพฤศจิกายนจะเจออัตราคนละตัว ปีนี้ไม่มีปัญหานั้น

3. คุณอยู่ห่างจากเส้น 1.8 ล้านบาทแค่ไหน

ข่าวนี้ไม่ได้เปลี่ยนเกณฑ์การจดทะเบียน ผู้ที่มีรายรับจากการขายสินค้าและให้บริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ยังต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันที่มูลค่าฐานภาษีเกินเกณฑ์

ต้นเดือนสิงหาคมคือจังหวะดีที่จะเปิดดูยอดสะสมของปี ถ้าตอนนี้อยู่ที่ 1.3 ถึง 1.5 ล้านบาท คุณควรเริ่มเตรียมเอกสารจดทะเบียนไว้แล้ว ไม่ใช่รอให้ยอดทะลุก่อนแล้วค่อยเริ่มหาสัญญาเช่ากับแผนที่

คนที่โดนเบี้ยปรับเรื่อง VAT ส่วนใหญ่ไม่ได้ตั้งใจเลี่ยง แต่ไม่รู้ว่าตัวเองข้ามเส้นไปตั้งแต่เดือนไหน

สำหรับฟรีแลนซ์ที่ยังไม่จด VAT

ข่าวนี้แทบไม่กระทบคุณโดยตรง คุณไม่ได้เก็บ VAT จากลูกค้าและไม่ได้ขอคืนภาษีซื้อ แต่มีสองมุมที่ควรรู้

มุมแรก ต้นทุนของคุณยังคงมี VAT 7% ฝังอยู่เหมือนเดิม ค่าซอฟต์แวร์ ค่าอุปกรณ์ ค่าเช่า — อัตราไม่ขึ้นในปีงบประมาณหน้า ประมาณการค่าใช้จ่ายของคุณจึงยังใช้ตัวเลขเดิมได้

มุมที่สอง ถ้าคุณกำลังชั่งใจว่าจะจดโดยสมัครใจดีไหม ความมั่นคงของอัตราหนึ่งปีข้างหน้าเป็นเงื่อนไขที่ดีสำหรับการวางแผน แต่มันไม่ใช่เหตุผลในการตัดสินใจ เหตุผลที่แท้จริงยังคงเป็นเรื่องเดิม คือลูกค้าของคุณจด VAT หรือเปล่า และคุณมีต้นทุนที่มีใบกำกับภาษีมากพอจะขอคืนหรือไม่

มองยาวกว่านั้น

อัตรา 7% ถูกต่ออายุแบบปีต่อปีมาต่อเนื่องยาวนาน โดยอัตราปกติตามประมวลรัษฎากรสูงกว่านั้น การต่ออายุครั้งนี้จึงเป็นการรักษาสถานะเดิม ไม่ใช่คำมั่นถาวร

สิ่งที่ฟรีแลนซ์ควรทำจึงไม่ใช่การเดาว่าปีหน้าจะขึ้นหรือไม่ขึ้น แต่คือการทำให้ราคาของตัวเองไม่ผูกติดกับตัวเลขนี้ตั้งแต่แรก เสนอราคาเป็น “ค่าบริการ X บาท ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตามอัตราที่กฎหมายกำหนด” แล้วปล่อยให้เอกสารคำนวณส่วนที่เหลือ

ถ้าเอกสารของคุณออกจากระบบที่มีช่อง VAT และหัก ณ ที่จ่ายอยู่ในตัว เช่นใน MANA การเปลี่ยนอัตราในอนาคตคือการแก้ค่าตั้งต้นครั้งเดียว ไม่ใช่การไล่แก้ไฟล์เทมเพลตทีละใบ ปีนี้คุณยังไม่ต้องทำอะไร แต่โครงสร้างที่ถูกตั้งแต่ต้นคือสิ่งที่ทำให้ปีที่ต้องทำ กลายเป็นงานห้านาที