← บล็อก
วิธีใช้งานอ่าน 4 นาที

เก็บมัดจำและแบ่งงวดจ่ายใน MANA: ตั้งครั้งเดียว ไม่ต้องออกเอกสารซ้ำทุกงวด

งานที่ใหญ่กว่าสองสัปดาห์ไม่ควรเก็บเงินก้อนเดียวตอนจบ เพราะคุณกำลังออกเงินค่าแรงตัวเองล่วงหน้าให้ลูกค้าฟรี ๆ วิธีแก้คือมัดจำกับแบ่งงวดจ่าย แต่ที่คนส่วนใหญ่เลิกทำเพราะรู้สึกว่าเอกสารยุ่ง บทความนี้ไล่ให้ดูทีละขั้นว่าใน MANA ทำยังไงให้จบ

ขั้นที่ 1 ตกลงงวดจ่ายตั้งแต่ในใบเสนอราคา

งวดจ่ายต้องอยู่ในใบเสนอราคา ไม่ใช่ไปโผล่ตอนส่งใบแจ้งหนี้ใบแรก เพราะลูกค้าที่เพิ่งรู้ตอนนั้นจะรู้สึกว่าโดนเปลี่ยนเงื่อนไข

รูปแบบที่ใช้ได้จริงกับงานฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่

ในใบเสนอราคาของ MANA ให้เขียนงวดจ่ายเป็นบรรทัดเงื่อนไขให้ชัด ระบุทั้งเปอร์เซ็นต์ จำนวนเงิน และ เหตุการณ์ที่ทำให้งวดนั้นถึงกำหนด จุดสุดท้ายสำคัญที่สุด อย่าเขียนว่า "งวดสอง 15 กันยายน" แต่เขียนว่า "งวดสอง เมื่อส่งมอบดีไซน์ที่อนุมัติแล้ว" เพราะถ้าลูกค้าตอบช้าเอง คุณจะไม่กลายเป็นฝ่ายที่ต้องรอฟรี

อีกบรรทัดที่ควรมี คือ งานเริ่มเมื่อได้รับมัดจำ ประโยคเดียวนี้ช่วยได้มากเวลาลูกค้าเร่งให้เริ่มก่อนแล้วค่อยจ่าย

ขั้นที่ 2 แปลงเป็นใบแจ้งหนี้มัดจำ

พอลูกค้าอนุมัติใบเสนอราคา ให้แปลงเป็นใบแจ้งหนี้ใบแรกได้เลย ไม่ต้องพิมพ์รายการใหม่ ข้อมูลลูกค้า รายการงาน และเงื่อนไขตามมาให้อัตโนมัติ

สิ่งที่ต้องแก้ในใบแจ้งหนี้มัดจำ

จากนั้นส่งเป็นลิงก์เอกสารสาธารณะ ลูกค้าเปิดดูและจ่ายได้โดยไม่ต้องสมัครสมาชิกอะไร

ขั้นที่ 3 เรื่องหักภาษี ณ ที่จ่าย ในงวดมัดจำ

จุดที่คนพลาดบ่อยที่สุด ถ้าลูกค้าเป็นนิติบุคคล เขาต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายจากค่าบริการ ทุกครั้งที่จ่าย ไม่ใช่หักครั้งเดียวตอนงวดสุดท้าย แปลว่ามัดจำ 45,000 บาท ที่ถูกหัก 3% คุณจะได้รับจริง 43,650 บาท และควรได้ใบ 50 ทวิ ของงวดนั้นมาด้วย

สิ่งที่ควรทำ

ถ้าคุณจด VAT แล้ว จำไว้ว่างานบริการมีจุดรับรู้ภาษีตอนได้รับชำระเงิน ดังนั้นมัดจำแต่ละงวดมีภาระ VAT ของมันเอง ไม่ใช่ยกไปรวมตอนจบ

ขั้นที่ 4 บันทึกรับเงินและออกใบเสร็จ

พอเงินเข้า ให้บันทึกการรับชำระผูกกับใบแจ้งหนี้ใบนั้น แล้วออกใบเสร็จรับเงินของงวดนั้น สองอย่างนี้ต้องทำคู่กันเสมอ ไม่ใช่ออกใบเสร็จรวมทีเดียวตอนจบงาน เพราะถ้าเกิดเรื่องระหว่างทาง คุณจะไม่มีหลักฐานว่าลูกค้าจ่ายอะไรไปแล้วบ้าง

พอผูกกับใบแจ้งหนี้เรียบร้อย ยอดจะไปโผล่ในรายรับของคุณอัตโนมัติ และสถานะใบแจ้งหนี้จะเปลี่ยนเป็นชำระแล้ว ทำให้รายการค้างชำระที่เหลือคือรายการที่ค้างจริง

ขั้นที่ 5 ออกใบแจ้งหนี้งวดถัดไปตอนถึงหมุดหมาย

พอถึงงวดสอง อย่าเริ่มจากศูนย์ ให้ทำซ้ำจากใบแจ้งหนี้งวดแรก แล้วแก้สามจุด

  1. เปลี่ยนบรรทัดอธิบายเป็น "งวดที่ 2 จาก 3 (40%)"
  2. เปลี่ยนยอดเงินและยอดหัก ณ ที่จ่าย
  3. เพิ่มบรรทัดสรุปให้ลูกค้าเห็นภาพ เช่น "ชำระแล้ว 45,000 บาท / คงเหลือหลังงวดนี้ 45,000 บาท"

บรรทัดที่สามนี่แหละที่ทำให้ลูกค้าจ่ายเร็วขึ้น เพราะเขาเห็นว่าเหลือเท่าไรโดยไม่ต้องเปิดอีเมลเก่าย้อนหลัง

ขั้นที่ 6 เช็กที่โปรเจกต์ ไม่ใช่ที่หัวเอกสาร

ผูกใบแจ้งหนี้ทุกใบไว้กับโปรเจกต์เดียวกัน แล้วเปิดดูสรุปของโปรเจกต์นั้น คุณจะเห็นในบรรทัดเดียวว่ามูลค่าสัญญาเท่าไร เก็บไปแล้วเท่าไร เหลืออีกเท่าไร โดยไม่ต้องนั่งบวกเอง นี่คือจุดที่การแบ่งงวดจ่ายเริ่มคุ้มจริง ๆ เพราะการมีเอกสารหลายใบต่อหนึ่งงานจะกลายเป็นภาระทันทีถ้าไม่มีที่รวมยอด

เช็กลิสต์ก่อนเริ่มงานหน้า

ทำครบหกข้อ งานถัดไปของคุณจะไม่มีคำถามว่า "ตกลงลูกค้าเจ้านี้จ่ายมาแล้วเท่าไรนะ" อีกเลย