← บล็อก
เทรนด์อ่าน 5 นาที

คลังอัดสภาพคล่องแบงก์รัฐ 25,000 ล้าน หนุน SME Credit Boost: ฟรีแลนซ์คนเดียวกู้ได้ไหม และต้องเตรียมหลักฐานรายได้อะไรบ้าง

เกิดอะไรขึ้นในสัปดาห์นี้

วันที่ 13 สิงหาคม 2569 กระทรวงการคลังยืนยันแผนเติมสภาพคล่องให้ธนาคารรัฐ โดยลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ จากเดิม 0.25% ต่อปี เหลือ 0.0625% คำนวณจากยอดเงินฝากที่รับจากประชาชนตลอดปี 2569 (1 มกราคม–31 ธันวาคม) เรื่องนี้ผ่านมติคณะรัฐมนตรีไปตั้งแต่ 7 กรกฎาคม 2569 และผลลัพธ์คือมีสภาพคล่องเพิ่มในระบบราว 25,000 ล้านบาท กระจายอยู่ใน 4 ธนาคารรัฐ คือ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธอส. และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

เงินก้อนนี้ไม่ใช่เงินแจก แต่เป็นการปลดล็อกให้ธนาคารมีเงินไปปล่อยสินเชื่อได้มากขึ้น โดยเชื่อมกับโครงการที่เดินอยู่แล้ว ได้แก่

และมี บสย. เข้ามาร่วมค้ำประกันสินเชื่อ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญมากสำหรับคนที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำ

แล้วฟรีแลนซ์อยู่ตรงไหนของภาพนี้

คำว่า SME ในข่าวมักทำให้ฟรีแลนซ์เลื่อนผ่าน เพราะคิดว่าตัวเองไม่ใช่ "ผู้ประกอบการ" แต่ในทางปฏิบัติ ธนาคารรัฐมีสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระและผู้ประกอบการรายย่อยที่เป็นบุคคลธรรมดาอยู่แล้ว ไม่ได้จำกัดเฉพาะนิติบุคคล ปัญหาของฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่จึงไม่ใช่ "ไม่มีสิทธิ" แต่คือ พิสูจน์รายได้ไม่ได้

ประกาศแบบนี้เป็นการเพิ่มสภาพคล่องฝั่งธนาคาร ไม่ใช่การผ่อนเกณฑ์อนุมัติ เกณฑ์เครดิตยังเป็นของแต่ละธนาคารเหมือนเดิม รายละเอียดคุณสมบัติของแต่ละโครงการก็ไม่ได้ระบุครบในข่าว ต้องเช็กกับสาขาหรือหน้าเว็บของธนาคารนั้น ๆ โดยตรง สิ่งที่เราควบคุมได้จริงคือฝั่งเอกสารของเราเอง

ธนาคารดูอะไร เมื่อคนขอกู้ไม่มีสลิปเงินเดือน

พนักงานประจำมีสลิปกับหนังสือรับรองเงินเดือนจบในสองแผ่น ฟรีแลนซ์ไม่มี สิ่งที่ใช้แทนได้คือหลักฐานที่บอกว่ารายได้ของเรา "สม่ำเสมอ ตรวจสอบได้ และมีที่มา"

1. Statement บัญชีย้อนหลัง 6–12 เดือน นี่คือเอกสารที่มีน้ำหนักที่สุด และเป็นจุดที่ฟรีแลนซ์เสียเปรียบตัวเองบ่อยที่สุด เพราะใช้บัญชีเดียวปนกันทั้งเงินงาน เงินกินข้าว เงินโอนคืนเพื่อน เงินยืมพ่อแม่ พอเจ้าหน้าที่เปิดดู จะแยกไม่ออกว่ารายได้จริงเดือนละเท่าไร ถ้ายังไม่แยกบัญชีรับงานออกมา เริ่มวันนี้ก็ยังทัน เพราะกว่าจะยื่นกู้จริงคุณต้องมีประวัติเดินบัญชีให้เขาดูอยู่ดี

2. เอกสารฝั่งรายได้ ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน และสัญญาจ้าง ชุดนี้ทำให้ยอดเงินเข้าใน statement มีคำอธิบาย ว่าก้อน 45,000 บาทที่เข้ามาวันที่ 5 คือค่างานอะไร ของลูกค้าเจ้าไหน

3. หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) เป็นหลักฐานชั้นดี เพราะออกโดยผู้จ่ายเงิน ไม่ใช่เราออกเอง ยิ่งเก็บครบทั้งปี ยิ่งเห็นภาพรายได้ชัด

4. แบบภาษีที่ยื่นแล้ว ภ.ง.ด.90 ของปีก่อน และ ภ.ง.ด.94 ครึ่งปี พร้อมใบเสร็จรับชำระภาษี ข้อนี้ตรงไปตรงมา คนที่ยื่นภาษีสม่ำเสมอกู้ง่ายกว่าคนที่ไม่เคยยื่น เพราะรายได้ที่แจ้งไว้กับสรรพากรคือรายได้ที่ธนาคารกล้านับ

5. ทะเบียนพาณิชย์หรือ ภ.พ.20 ถ้ามี ไม่จำเป็นสำหรับทุกโครงการ แต่ช่วยให้โปรไฟล์ดูเป็นธุรกิจมากขึ้น

บสย. ค้ำประกันช่วยตรงไหน และมีต้นทุนอะไร

จุดตายของฟรีแลนซ์คือไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน การที่ บสย. เข้ามาร่วมค้ำในโครงการสินเชื่อ ทำให้ธนาคารรับความเสี่ยงได้มากขึ้น และเปิดประตูให้คนตัวเล็กที่มีแต่รายได้ ไม่มีที่ดิน แต่ต้องเข้าใจว่าการค้ำประกันมีค่าธรรมเนียมของมัน และการค้ำไม่ได้แปลว่าคุณไม่ต้องจ่ายหนี้ ถ้าผิดนัดชำระ ภาระยังกลับมาที่คุณอยู่ดี ดังนั้นให้คิดต้นทุนรวมเป็น ดอกเบี้ย + ค่าธรรมเนียมค้ำประกัน แล้วค่อยเทียบกับผลตอบแทนที่จะได้จากเงินก้อนนั้น

อย่ากู้เพราะเงินหาง่ายขึ้น — เช็ก 3 ข้อก่อน

ข้อแรก กู้ไปทำอะไร เงินกู้ที่คุ้มคือเงินที่ไปสร้างกำลังผลิตหรือแก้คอขวด เช่น ซื้ออุปกรณ์ที่ทำให้รับงานได้มากขึ้น หรือจ้างผู้ช่วยเพื่อรับงานที่เคยต้องปฏิเสธ ถ้ากู้มาเพื่ออุดรายจ่ายประจำที่รายได้ไม่พออยู่แล้ว นั่นคือการเลื่อนปัญหาออกไปพร้อมดอกเบี้ย

ข้อสอง จ่ายคืนจากเงินก้อนไหน ฟรีแลนซ์รายได้ไม่เท่ากันทุกเดือน ให้ดูเดือนที่แย่ที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา ถ้าเดือนนั้นยังผ่อนไหวโดยไม่ต้องหยิบเงินภาษีที่กันไว้มาใช้ ค่อยตัดสินใจ

ข้อสาม เงินกันภาษียังอยู่ครบไหม อย่าลืมว่ารายได้ที่เห็นในบัญชีมีส่วนที่ยังไม่ใช่ของเรา ทั้งภาษีสิ้นปีและ VAT ถ้าจดทะเบียนแล้ว การกู้มาโปะช่องว่างที่เกิดจากใช้เงินภาษีไปก่อน คือวงจรที่ออกยากที่สุด

สองเรื่องภาษีที่ต้องดูในเดือนสิงหาคมนี้ด้วย

และถ้ามีรายได้ตามมาตรา 40(5)–(8) ในครึ่งปีแรก อย่าลืมว่า ภ.ง.ด.94 ปิดรับ 30 กันยายน 2569

สรุปให้สั้นที่สุด

ข่าวนี้ไม่ได้แปลว่าฟรีแลนซ์จะกู้ผ่านง่ายขึ้นทันที แต่แปลว่าฝั่งธนาคารมีเงินให้ปล่อยมากขึ้นในปีนี้ คนที่ได้ประโยชน์จริงคือคนที่เอกสารพร้อมตอนประตูเปิด งานที่ควรทำสัปดาห์นี้มีแค่สามอย่าง แยกบัญชีรับงานออกจากบัญชีส่วนตัว เก็บใบแจ้งหนี้กับใบ 50 ทวิ ให้ครบเป็นระบบ และยื่นภาษีให้ตรงรอบ เท่านี้ตอนที่คุณต้องใช้เงินก้อนจริง ๆ คุณจะมีของไปคุยกับธนาคาร

ถ้ายังต้องไล่หาใบแจ้งหนี้เก่าใน LINE กับโฟลเดอร์ดาวน์โหลด MANA รวมโปรเจกต์ ลูกค้า เอกสาร และยอดค้างชำระไว้ที่เดียว ให้ดึงสรุปรายได้ย้อนหลังออกมาได้ในไม่กี่คลิกเวลาต้องใช้จริง