← บล็อก
วิธีใช้งานอ่าน 4 นาที

ตั้งกระเป๋าเงินและงบรายเดือนใน MANA: รู้ทุกสัปดาห์ว่าเหลือเงินใช้จริงเท่าไร

ปัญหาคลาสสิกของฟรีแลนซ์ไม่ใช่รายได้น้อย แต่คือไม่รู้ว่าเงินที่เห็นในแอปธนาคารเป็นของเราจริงเท่าไร ในนั้นมีทั้งเงินภาษีที่ต้องจ่ายปีหน้า เงินที่ต้องจ่ายซับคอนแทรกต์ และเงินค่าเช่าที่จะตัดสัปดาห์หน้า บทความนี้เป็นขั้นตอนตั้งระบบใน MANA ให้จบภายในครึ่งชั่วโมง แล้วใช้เวลาดูแลสัปดาห์ละ 10 นาที

ขั้นที่ 1 สร้างกระเป๋าเงินให้ตรงกับความจริง

ไปที่หน้าการเงินแล้วสร้างกระเป๋าเงินตามบัญชีที่มีอยู่จริง อย่ารวบเป็นบัญชีเดียว ชุดมาตรฐานที่ใช้ได้กับเกือบทุกคนคือ

ใส่ยอดตั้งต้นของแต่ละกระเป๋าให้ตรงกับยอดในแอปธนาคาร ณ วันที่เริ่ม ถ้าตัวเลขไม่ตรงตั้งแต่วันแรก ทุกอย่างที่ตามมาจะเชื่อไม่ได้

ขั้นที่ 2 บันทึกรายการเข้าออก

มีสองวิธี เลือกตามจริตตัวเอง

กฎเดียวที่ต้องยึด: ทุกรายการต้องมีหมวด อย่าปล่อยรายการไม่มีหมวดค้างไว้ เพราะกราฟและงบจะเพี้ยนทันที ถ้าไม่แน่ใจว่าอันไหนเป็นหมวดอะไร ให้ตั้งกฎง่าย ๆ ว่าอะไรที่ถ้าเลิกทำงานแล้วรายจ่ายนี้หายไป ถือเป็นรายจ่ายธุรกิจ

ขั้นที่ 3 จับคู่เงินเข้ากับใบแจ้งหนี้

นี่คือขั้นที่คนข้ามบ่อยที่สุด และเป็นขั้นที่ให้ผลมากที่สุด เมื่อมีเงินเข้าบัญชีรับงาน ให้เปิดรายการนั้นแล้วเลือกใบแจ้งหนี้ที่ตรงกัน

ทำแล้วได้สามอย่างในทีเดียว

  1. ใบแจ้งหนี้ถูกทำเครื่องหมายว่าชำระแล้ว ไม่ต้องมาสงสัยทีหลังว่าเก็บครบหรือยัง
  2. รายการค้างชำระที่เหลือคือของจริง ใช้เป็นลิสต์ทวงเงินได้เลย
  3. ถ้าลูกค้าหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ยอดที่เข้าจะไม่ตรงกับหน้าใบแจ้งหนี้ การจับคู่ทำให้เห็นทันทีว่ายังขาดใบ 50 ทวิ ของงานไหน

ถ้าลูกค้าโอนรวมหลายใบมาเป็นก้อนเดียว ให้แยกรายการตามใบแจ้งหนี้ อย่ายัดเป็นรายการเดียว

ขั้นที่ 4 ตั้งงบรายเดือนต่อหมวด

ที่หน้างบประมาณ ให้ตั้งวงเงินของแต่ละหมวดค่าใช้จ่าย ระบบจะเทียบยอดที่ใช้จริงในเดือนนั้นกับวงเงินที่ตั้งไว้ให้เห็นเป็นกราฟ

ตัวอย่างโครงที่ใช้ได้จริงสำหรับคนมีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 80,000 บาท

สองก้อนที่ต้องมีเสมอแม้จะไม่ใช่ค่าใช้จ่ายในความรู้สึก คือ เงินกันภาษี ตั้งไว้ 15–20% ของรายได้ที่รับจริงในเดือนนั้น และ เงินสำรอง อีก 10% ตั้งเป็นหมวดแล้วโอนออกไปกระเป๋าภาษีจริง ๆ ทุกครั้งที่มีเงินเข้า ไม่ใช่แค่ตั้งใจไว้

อย่าตั้งวงเงินจากความอยาก ให้เปิดตัวเลขจริงย้อนหลัง 3 เดือนแล้วตั้งใกล้เคียงของจริงก่อน ค่อยขยับลงเดือนถัดไป งบที่ตั้งเกินจริงตั้งแต่แรกจะถูกเมินภายในสองสัปดาห์

ขั้นที่ 5 รอบตรวจสัปดาห์ละ 10 นาที

ตั้งเวลาประจำ เช่น เช้าวันศุกร์ แล้วทำสี่อย่างนี้

  1. จัดหมวดรายการที่ยังค้าง ให้เหลือศูนย์
  2. เปิดรายการใบแจ้งหนี้ค้างชำระ ใบไหนเลยกำหนดเกิน 7 วัน ส่งอีเมลทวงทันที
  3. ดูกราฟงบว่าหมวดไหนใกล้ชนเพดาน แล้วตัดสินใจตอนที่ยังแก้ทัน ไม่ใช่ตอนสิ้นเดือน
  4. เช็กว่ายอดในกระเป๋าตรงกับแอปธนาคารหรือไม่ ต่างเมื่อไหร่แปลว่ามีรายการตกหล่น

ขั้นที่ 6 ปิดเดือน 20 นาที

วันแรกของเดือนถัดไป ให้ทำสามอย่าง

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

ระบบนี้ไม่ได้ทำให้รายได้เพิ่มขึ้นในเดือนหน้า แต่ทำให้คุณตอบคำถามสำคัญได้ภายในสิบวินาที ว่าตอนนี้เหลือเงินใช้ได้จริงเท่าไร และคำตอบนั้นเปลี่ยนการตัดสินใจเรื่องราคางาน เรื่องการรับงานด่วน และเรื่องการปฏิเสธลูกค้าที่จ่ายช้าได้ทั้งหมด