Bonsai (hellobonsai.com) เป็นชื่อที่ฟรีแลนซ์สายครีเอทีฟและสายที่ปรึกษาได้ยินบ่อยเวลาหาเครื่องมือรวมงาน ลูกค้า และการวางบิลไว้ที่เดียว ถ้าคุณรับงานลูกค้าต่างประเทศเป็นหลัก มันเป็นตัวเลือกที่ดีจริง บทความนี้เทียบตามงานที่ฟรีแลนซ์ไทยต้องทำจริง ไม่ใช่เทียบจำนวนฟีเจอร์
Bonsai คืออะไร
เว็บไซต์ของ Bonsai ณ สิงหาคม 2569 นิยามตัวเองว่า "The unified platform for service businesses" คือรวมโปรเจกต์ ลูกค้า และการวางบิลไว้ในที่เดียว จุดเด่นคือชุดงานฝั่งลูกค้าครบตั้งแต่ CRM, pipeline, การนัดหมาย, ใบเสนอราคาแบบ proposal, สัญญา, ฟอร์ม, client portal และฝั่งโปรเจกต์ที่ลึกกว่าเครื่องมือฟรีแลนซ์ทั่วไป เช่น timesheet, resource planning, Gantt และรายงาน workload
ราคาจริง ณ สิงหาคม 2569
| แพ็กเกจ | รายเดือน | รายปี (ต่อเดือน) |
|---|---|---|
| Basic | 15 ดอลลาร์/ผู้ใช้ | 9 ดอลลาร์/ผู้ใช้ |
| Essentials | 25 ดอลลาร์/ผู้ใช้ | 19 ดอลลาร์/ผู้ใช้ |
| Premium | 39 ดอลลาร์/ผู้ใช้ | 29 ดอลลาร์/ผู้ใช้ |
| Elite | 59 ดอลลาร์/ผู้ใช้ | 49 ดอลลาร์/ผู้ใช้ (ขั้นต่ำ 3 ผู้ใช้) |
จุดที่ต้องอ่านให้ละเอียดคือ แพ็กเกจ Basic ไม่มีระบบใบแจ้งหนี้และการรับชำระเงิน ของพวกนี้อยู่ใน Essentials ขึ้นไป แปลว่าถ้าคุณซื้อ Bonsai เพื่อวางบิล ราคาเริ่มจริงคือ 25 ดอลลาร์ต่อเดือน หรือราว 800 กว่าบาทที่อัตราแลกเปลี่ยน 33 บาท และเป็นราคาต่อผู้ใช้ ส่วน MANA คิดเป็นเงินบาทต่อบัญชีธุรกิจเดียว แพ็กเกจ Mana 290 บาทต่อเดือน (จ่ายรายปีเท่ากับ 10 เดือน) และมีแพ็กเกจฟรีให้เริ่ม
Bonsai เก่งเรื่องอะไรจริง ๆ
- งานเอกสารเชิงพาณิชย์ฝั่งอเมริกา proposal กับสัญญาพร้อมเทมเพลตและลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ ใช้งานลื่นและดูเป็นมืออาชีพมาก
- การบริหารโปรเจกต์เชิงลึก timesheet, Gantt, การวางกำลังคน และรายงานกำไรต่อโปรเจกต์ เหมาะกับสตูดิโอหรือเอเจนซีที่มีทีม
- เชื่อมกับระบบบัญชีสากล QuickBooks Online และ Xero (Xero อยู่ในแพ็กเกจ Elite) รวมถึง Zapier, Calendly, Slack, Google
- รับชำระผ่าน Stripe และรองรับหลายสกุลเงิน ซึ่งจบปัญหาลูกค้าฝั่งอเมริกาและยุโรปได้ดี
ถ้าลูกค้าคุณเป็นบริษัทต่างประเทศ จ่ายด้วยบัตรเครดิต และคุณทำงานเป็นทีมสามคนขึ้นไป Bonsai คือคำตอบที่ตรงกว่า
จุดที่ฟรีแลนซ์ไทยจะชนกำแพง
1. เอกสารไม่ใช่รูปแบบไทย ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน และใบกำกับภาษี มีสิ่งที่ฝ่ายบัญชีลูกค้าไทยต้องเห็น เช่น เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก ระบุสำนักงานใหญ่หรือสาขา ที่อยู่ตามทะเบียน และการแยกฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% invoice สากลของ Bonsai ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสิ่งนี้
2. ไม่มีภาษีหัก ณ ที่จ่าย ฟรีแลนซ์ไทยที่รับงานจากนิติบุคคลโดนหัก 3% แทบทุกใบ เครื่องมือที่ไม่รู้จักบรรทัดนี้จะทำให้ยอดในระบบกับยอดเงินเข้าบัญชีไม่ตรงกันตลอดทั้งปี และเวลาไปเทียบกับใบ 50 ทวิ จะยิ่งเหนื่อย
3. ไม่มีพร้อมเพย์ ลูกค้าไทยส่วนใหญ่จ่ายด้วยการโอน ไม่ใช่บัตรเครดิต การให้ลูกค้าไทยจ่ายผ่าน Stripe แปลว่ามีค่าธรรมเนียมประมาณ 3% ต่อครั้งบวกค่าแปลงสกุลเงิน ซึ่งกินกำไรงานเล็กจนเห็นได้ชัด
4. ภาษาและบริบท ทั้งหน้าจอที่คุณใช้และเอกสารที่ลูกค้าเห็นเป็นภาษาอังกฤษ ลูกค้าองค์กรไทยบางรายขอเอกสารภาษาไทยเพื่อเข้าระบบตั้งเบิก
5. คิดราคาต่อผู้ใช้ในสกุลดอลลาร์ ค่าใช้จ่ายผูกกับค่าเงินบาทที่แกว่งอยู่ช่วง 33–34 บาทตลอดกลางปี 2569 และจ่ายด้วยบัตรจะมีค่าธรรมเนียมแปลงสกุลเงินซ้ำอีกชั้น
MANA เติมตรงไหน
MANA ทำงานฝั่งเอกสารและเงินแบบไทยตั้งแต่ต้นทาง ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ ในรูปแบบที่ลูกค้าไทยรับได้ ใส่พร้อมเพย์ QR ลงในเอกสาร ส่งลิงก์สาธารณะให้ลูกค้าเปิดดูและจ่ายได้โดยไม่ต้องสมัครสมาชิก และเมื่อลูกค้าแนบสลิป ระบบตรวจสลิปกับข้อมูลฝั่งธนาคาร แล้วตัดยอดเป็นรายรับพร้อมกระทบยอดกับเอกสารใบนั้นให้อัตโนมัติ ฝั่งการเงินมีกระเป๋าเงิน งบรายเดือน และพยากรณ์กระแสเงินสด ทั้งหมดอยู่ในภาษาไทยและคิดเงินเป็นบาท
ตารางสรุป
| งานที่ต้องทำ | Bonsai | MANA |
|---|---|---|
| เอกสารรูปแบบไทย + เลขผู้เสียภาษี/สาขา | ไม่มี | มี |
| หัก ณ ที่จ่าย 3% บนเอกสาร | ไม่มี | มี |
| VAT 7% แบบไทย | ไม่ตรงบริบท | มี |
| พร้อมเพย์ QR + ตรวจสลิป | ไม่มี | มี |
| สัญญา + ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์แบบสากล | แข็งแรงมาก | ไม่ใช่จุดเน้น |
| บริหารทีม timesheet/Gantt | แข็งแรงมาก | เน้นคนทำงานคนเดียว |
| ราคา | ต่อผู้ใช้ เป็นดอลลาร์ | เป็นบาท มีแพ็กเกจฟรี |
เลือกยังไงให้จบใน 1 คำถาม
ถามตัวเองว่า ปีนี้เงินส่วนใหญ่ของคุณมาจากลูกค้าที่จ่ายเป็นดอลลาร์ด้วยบัตร หรือลูกค้าไทยที่โอนพร้อมเพย์แล้วขอใบเสร็จ
- ถ้าคำตอบคือลูกค้าต่างประเทศและคุณมีทีม Bonsai คุ้มกว่า
- ถ้าคำตอบคือลูกค้าไทย งานเอกสารและภาษีคือส่วนที่กินเวลาคุณจริง ๆ ซึ่งเป็นงานที่ MANA ถูกสร้างมาเพื่อทำ
- ถ้าปนกันทั้งสองแบบ ให้ดูว่าเอกสารฝั่งไหนทำให้คุณเสียเวลาต่อเดือนมากกว่า แล้วเลือกตัวที่แก้ฝั่งนั้น
ถ้างานส่วนใหญ่ของคุณอยู่ในประเทศไทย ลองเปิดใช้ MANA แพ็กเกจฟรีแล้วออกใบแจ้งหนี้จริงหนึ่งใบ จะเห็นความต่างเร็วกว่าอ่านตารางเทียบ
