คำถามที่เจอบ่อยเวลาฟรีแลนซ์เริ่มมีรายได้ประจำคือ “ควรใช้โปรแกรมบัญชีเลยไหม” และชื่อที่โผล่มาอันดับต้น ๆ คือ PEAK บทความนี้เทียบให้เห็นว่าสองตัวนี้ตอบโจทย์คนละอย่าง และคุณควรเลือกจากอะไร
PEAK เก่งเรื่องอะไร
PEAK เป็นโปรแกรมบัญชีออนไลน์เต็มรูปแบบ พัฒนาโดย PUUN Intelligent กลุ่มเป้าหมายหลักคือเจ้าของธุรกิจ SME นักบัญชี และสำนักงานบัญชี
สิ่งที่ PEAK ทำได้และเราไม่ได้ทำ
- ระบบบัญชีคู่เต็มรูปแบบ ลงบัญชีอัตโนมัติจากเอกสาร ออกงบทดลอง งบแสดงฐานะการเงิน และงบกำไรขาดทุน
- กระทบยอดธนาคาร เชื่อม API กับธนาคารเพื่อจับคู่รายการเดินบัญชี
- จัดการสต็อกและต้นทุน ตัดสต็อกและคำนวณต้นทุนอัตโนมัติ เชื่อมกับ Shopee Lazada TikTok Shop
- PEAK Tax จัดทำรายงานภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีหัก ณ ที่จ่าย รองรับ e-Tax Invoice และ e-Receipt ในแพ็กเกจระดับบน
- ทำงานร่วมกับนักบัญชี แบ่งสิทธิตามบทบาท หลายคนเข้าแก้ไขพร้อมกันได้ ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่สำนักงานบัญชีจำนวนมากเลือกใช้
ถ้าคุณจดบริษัท ต้องปิดงบส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า มีสต็อกสินค้า หรือมีสำนักงานบัญชีที่ต้องเข้ามาทำงานในระบบเดียวกับคุณ — PEAK คือคำตอบที่ถูกต้อง และเราจะไม่พยายามเถียงเรื่องนี้
โครงสร้างราคาของ PEAK แบ่งตามระดับฟีเจอร์และจำนวนผู้ใช้ มีตั้งแต่แพ็กเกจฟรีสำหรับผู้เริ่มต้น ไปจนถึงแพ็กเกจระดับบนหลักพันบาทต่อเดือน โดย 1 แพ็กเกจใช้กับ 1 กิจการ และมีช่วงทดลองใช้ 30 วัน ราคาปรับเปลี่ยนได้ ควรดูหน้าราคาล่าสุดของ PEAK ก่อนตัดสินใจ
MANA เก่งเรื่องอะไร
MANA ไม่ใช่โปรแกรมบัญชี และเราไม่ได้พยายามจะเป็น MANA คือที่ทำงานของฟรีแลนซ์คนเดียว ซึ่งงานเอกสารเป็นแค่หนึ่งในหลายเรื่องที่ต้องจัดการ
- โปรเจกต์ งาน และลูกค้าอยู่ที่เดียวกับเอกสาร ใบเสนอราคาที่ออกไปผูกกับโปรเจกต์และผู้ติดต่อ ไม่ใช่ลอยอยู่ในระบบเอกสารแยกต่างหาก
- เอกสารพร้อมฟิลด์ไทย ช่องอัตราหัก ณ ที่จ่าย เลขที่หนังสือรับรองการหักภาษี สถานะจด VAT และ PromptPay อยู่ในตัวเอกสาร
- สองภาษาจริง อินเทอร์เฟซและเอกสารไทยอังกฤษ พร้อมปฏิทินพุทธศักราชและรูปแบบวันที่แบบไทยเป็นค่าเริ่มต้นเมื่อเลือกภูมิภาคไทย
- นำเข้าใบเสร็จจากรูปถ่าย ถ่ายรูปสลิปหรือใบเสร็จหลายใบพร้อมกัน ระบบดึงข้อมูลให้แล้วรอคุณกดรีวิว
- ปฏิทินที่เห็นเดดไลน์เอกสาร วันครบกำหนดใบแจ้งหนี้ วันหมดอายุใบเสนอราคา และวันสร้างเอกสารซ้ำ แสดงร่วมกับงานและไมล์สโตน
- ผู้ช่วย AI และ MCP สั่งงานด้วยภาษาไทยหรืออังกฤษ และต่อเข้ากับเครื่องมือที่คุณใช้อยู่ได้ผ่าน MCP
ราคา MANA คือ Free, Mana ฿290 ต่อเดือน หรือ ฿2,900 ต่อปี และ Aether ฿890 ต่อเดือน หรือ ฿8,900 ต่อปี รายปีคิด 10 เดือน
เทียบตามงานจริง
| งาน | PEAK | MANA |
|---|---|---|
| ปิดงบการเงินนิติบุคคล | ใช่ นี่คือจุดแข็ง | ไม่ได้ทำ |
| ทำงานร่วมกับสำนักงานบัญชี | แข็งแรงมาก | ส่งออกข้อมูลให้ได้ แต่ไม่ใช่ระบบร่วม |
| สต็อกสินค้าและอีคอมเมิร์ซ | ใช่ | ไม่ได้ทำ |
| ออกใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ | ใช่ | ใช่ |
| ติดตามโปรเจกต์และงานย่อย | ไม่ใช่จุดโฟกัส | ใช่ |
| ประวัติลูกค้าและการติดต่อ | เชิงบัญชี | เชิงความสัมพันธ์และงาน |
| อินเทอร์เฟซไทยอังกฤษเต็มรูปแบบ | ไทยเป็นหลัก | สองภาษาโดยออกแบบ |
แล้วควรเลือกยังไง
คำถามที่ตัดสินได้เร็วที่สุดคือ คุณเป็นนิติบุคคลหรือยัง
ถ้าจดบริษัทแล้ว มีนักบัญชี ต้องปิดงบ มีสต็อก — ใช้ PEAK แล้วอย่าลังเล MANA จะไม่ทำให้ชีวิตคุณดีขึ้นในส่วนนั้น
ถ้าคุณเป็นบุคคลธรรมดา รับงานเป็นโปรเจกต์ มีลูกค้าประจำไม่กี่ราย ปัญหาจริงของคุณคือจำไม่ได้ว่าใบเสนอราคาไหนยังไม่ตอบ ใบแจ้งหนี้ไหนเลยกำหนด และเดือนนี้เข้าเท่าไร — MANA ออกแบบมาสำหรับกรณีนี้ตรง ๆ
และถ้ารายได้กำลังโตจนใกล้ต้องจดบริษัท เป็นเรื่องปกติที่จะใช้ MANA ในการบริหารงานและลูกค้า แล้วให้บัญชีของบริษัทอยู่ในโปรแกรมบัญชีเต็มระบบ ทั้งสองอย่างไม่ได้ขัดกัน
เราไม่คิดว่าฟรีแลนซ์ทุกคนควรจ่ายค่าโปรแกรมบัญชีตั้งแต่วันแรก และเราก็ไม่คิดว่าเจ้าของบริษัทที่มีสต็อกควรใช้ MANA แทนโปรแกรมบัญชี เลือกจากรูปร่างของธุรกิจคุณ ไม่ใช่จากจำนวนฟีเจอร์
ข้อมูลราคาและฟีเจอร์อ้างอิงจากเว็บไซต์สาธารณะของ PEAK ณ เวลาที่เขียน โปรดตรวจสอบหน้าราคาปัจจุบันก่อนตัดสินใจ
