Prosoft ibiz เป็นโปรแกรมบัญชีออนไลน์ของไทยที่อยู่ในตลาดมานาน และเป็นตัวเลือกที่จริงจังสำหรับ SME ที่มีสต๊อก มีทีม และมีสำนักงานบัญชีดูแล คำถามที่เจอบ่อยคือ ฟรีแลนซ์คนเดียวควรใช้ตัวนี้ไหม บทความนี้เทียบตามงานจริงที่ต้องทำในแต่ละสัปดาห์ ไม่ใช่ตามจำนวนฟีเจอร์
Prosoft ibiz ทำอะไรได้ดี
จากข้อมูลบนเว็บไซต์ผู้ผลิต ณ ต้นเดือนสิงหาคม 2569 ระบบครอบคลุมงานหลังบ้านของธุรกิจซื้อมาขายไปเกือบครบวงจร
- ระบบขายตั้งแต่ใบเสนอราคา ใบสั่งขาย เงินมัดจำ ไปจนถึงใบกำกับภาษี
- ระบบจัดซื้อพร้อมขั้นตอนอนุมัติ
- สินค้าคงคลังที่ตัดสต๊อกอัตโนมัติจากเอกสารขายและซื้อ
- ระบบบัญชี สมุดรายวัน เช็คและธนาคาร เงินสดย่อย
- ทรัพย์สินถาวรพร้อมคำนวณค่าเสื่อมราคา
- CRM ติดตามลูกค้าและงานขาย
- ฟังก์ชัน OCR อ่านข้อมูลจากภาพเอกสารทางบัญชี
- เชื่อมต่อ Lazada และ Shopee เพื่อดึงยอดขายเข้าระบบ
- รองรับ e-Tax Invoice และระบุว่าได้รับการรับรองจากกรมสรรพากร
- มีแอปมือถือ ibiz Mobile
ถ้าธุรกิจคุณมีของในสต๊อก มีการอนุมัติใบสั่งซื้อ มีทรัพย์สินที่ต้องคิดค่าเสื่อม หรือมีนักบัญชีที่ต้องปิดงบตามมาตรฐาน นี่คือเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่องานนั้นจริง ๆ และฟรีแลนซ์ที่กำลังจะจดบริษัทและขยายเป็นสตูดิโอควรมีชื่อนี้อยู่ในรายการที่พิจารณา
จุดที่ไม่เข้ากับฟรีแลนซ์คนเดียว
สามเรื่อง
หนึ่ง โครงสร้างราคาและระบบคิดตามจำนวนผู้ใช้ แพ็กเกจแบ่งตามจำนวน user ทั้งแบบซื้อขาดและรายปี และค่าเช่า cloud server เป็นค่าใช้จ่ายแยกต่างหาก โดยเว็บไซต์ระบุราคาเริ่มต้นราว 7,000 บาทต่อปี และ 11,000 บาทต่อปี (ยังไม่รวม VAT) พร้อมจำกัดพื้นที่ฐานข้อมูล 5 GB ต่อแพ็กเกจ ส่วนราคาตัวโปรแกรมไม่ได้ประกาศเป็นตารางบนหน้าเว็บ ต้องติดต่อฝ่ายขาย ตัวเลขเหล่านี้อาจเปลี่ยนได้ ควรเช็กก่อนตัดสินใจ สำหรับฟรีแลนซ์ที่ประเมินงบเองแบบไม่ต้องคุยกับเซลส์ นี่คือแรงเสียดทานตั้งแต่ก้าวแรก
สอง ภาษาของระบบเป็นภาษาของนักบัญชี ผังบัญชี สมุดรายวัน การผ่านรายการ ทั้งหมดนี้ถูกต้องและจำเป็นสำหรับนิติบุคคล แต่ฟรีแลนซ์บุคคลธรรมดาไม่ได้ปิดงบการเงิน สิ่งที่เขาต้องรู้คือเดือนนี้เก็บเงินได้เท่าไร ใครยังไม่จ่าย และต้องกันภาษีไว้เท่าไร
สาม โมดูลส่วนใหญ่ไม่ถูกใช้ คนเขียนบท ช่างภาพ นักออกแบบ หรือนักพัฒนา ไม่มีสต๊อก ไม่มีใบสั่งซื้อที่ต้องอนุมัติ ไม่มีเงินสดย่อยของแผนก ระบบที่มีของครบไม่ได้แปลว่าใช้ง่ายขึ้น มันแปลว่ามีเมนูให้เดินผ่านมากขึ้นทุกวัน
MANA ตั้งต้นจากอีกโจทย์
MANA ไม่ได้พยายามเป็นโปรแกรมบัญชี แต่เป็นที่ทำงานของฟรีแลนซ์คนเดียว จึงวางลำดับงานตามวันจริงของคนทำงาน
- ผู้ติดต่อและโปรเจกต์อยู่ที่เดียวกับเอกสาร งานหนึ่งงานมีทั้งใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ และประวัติการคุยอยู่ในหน้าเดียว
- เอกสารเป็นแบบไทยตั้งแต่ต้น ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี พร้อมช่องหักภาษี ณ ที่จ่าย และ PromptPay QR บนเอกสาร
- ติดตามใบแจ้งหนี้ค้างชำระ รู้ว่าใบไหนเลยกำหนดและควรทวงเมื่อไหร่
- ฝั่งการเงินคือกระเป๋าเงิน รายการรับจ่าย และงบรายเดือนต่อหมวด จับคู่เงินเข้ากับใบแจ้งหนี้ได้ทีละรายการ
- ใช้งานเป็นคนเดียวได้ทันทีโดยไม่ต้องตั้งผังบัญชี และไม่ต้องมีนักบัญชีมาช่วยเปิดระบบ
สิ่งที่ MANA ไม่มีก็ควรพูดให้ชัด ไม่มีสมุดรายวันและงบการเงินตามมาตรฐาน ไม่มีสต๊อกสินค้า ไม่มีค่าเสื่อมราคาทรัพย์สิน ไม่มีระบบอนุมัติจัดซื้อ และไม่มีตัวเชื่อม Lazada หรือ Shopee ถ้าสิ่งเหล่านี้อยู่ในงานประจำวันของคุณ MANA จะเป็นตัวเลือกที่ผิด
เลือกยังไง
| สถานการณ์ | ตัวที่เหมาะกว่า |
|---|---|
| รับงานบริการคนเดียว ออกเอกสารเดือนละไม่กี่ใบ | MANA |
| ต้องการเห็นว่างานไหนยังไม่เก็บเงิน และตามทวงให้จบ | MANA |
| ขายสินค้าที่มีสต๊อก ต้องตัดยอดอัตโนมัติ | Prosoft ibiz |
| จดบริษัทแล้ว มีสำนักงานบัญชีปิดงบให้ | Prosoft ibiz |
| ขายบน Lazada หรือ Shopee เป็นหลัก | Prosoft ibiz |
| มีทีมหลายคนและต้องแบ่งสิทธิ์การเข้าถึง | Prosoft ibiz |
| อยากเริ่มใช้เองคืนนี้โดยไม่ต้องคุยกับฝ่ายขาย | MANA |
คำถามเดียวที่ตัดสินได้
ถามตัวเองว่างานที่กินเวลาที่สุดในเดือนคืออะไร ถ้าคำตอบคือการปิดบัญชีให้ถูกต้องตามมาตรฐานและจัดการสินค้าคงคลัง ให้เลือกโปรแกรมบัญชีเต็มระบบอย่าง Prosoft ibiz แล้วอย่าเสียเวลาหาทางลัด แต่ถ้าคำตอบคือการไล่ดูว่าใครยังไม่จ่าย พิมพ์เอกสารซ้ำ ๆ และไม่รู้ว่าเดือนนี้เหลือเงินเท่าไร ปัญหาของคุณไม่ใช่ระบบบัญชี และเครื่องมือที่เล็กกว่าจะพาไปถึงเร็วกว่า
สองอย่างนี้ยังอยู่ด้วยกันได้ ฟรีแลนซ์หลายคนใช้ MANA ทำงานประจำวันและส่งสรุปรายเดือนให้สำนักงานบัญชีที่ใช้ระบบของตัวเองอยู่แล้ว
