เทียบกันตรง ๆ ก่อน
คำถามที่ฟรีแลนซ์ถามบ่อยคือ "ในเมื่อมี iTAX แล้ว ยังต้องใช้อย่างอื่นอีกไหม" คำตอบสั้น ๆ คือ iTAX เก่งเรื่องที่มันตั้งใจทำมากจนแทบไม่มีคู่แข่งในประเทศ แต่มันเริ่มทำงานตอนที่คุณ "รู้ตัวเลขแล้ว" ส่วนงานที่ทำให้ได้ตัวเลขนั้นมา คือคนละงานกัน
iTAX ทำอะไรได้ดี
iTAX เกิดจากงานวิจัยระดับปริญญาเอกด้านกฎหมายภาษีของ ผศ.ดร.ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ และแปลกฎหมายภาษีที่ซับซ้อนให้กลายเป็นแอปที่คนทั่วไปใช้ได้จริง จุดแข็งที่ควรพูดให้ชัด:
- คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้แม่นและครบ รองรับเงินได้หลายประเภท ทั้งเงินเดือน ฟรีแลนซ์ ค่าเช่า การลงทุน และคริปโต
- วางแผนลดหย่อนได้จริง ตอบคำถามทีละข้อแล้วระบบแนะนำสิทธิลดหย่อนที่เข้าเกณฑ์ พร้อมช่วยเตรียมข้อมูลแบบ ภ.ง.ด.90/91
- อัปเดตตามกฎหมายเร็ว ค่าลดหย่อนใหม่ ๆ และมาตรการรัฐมักเข้าแอปไว
- เครื่องมือเสริมฟรีบนเว็บ ทั้งโปรแกรมคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายและ VAT รวมถึง iTAX pedia ที่เป็นคลังความรู้ภาษีภาษาไทยที่อ้างอิงได้ดีที่สุดแห่งหนึ่ง
- ตัวแอปดาวน์โหลดใช้ฟรี ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่ปฏิเสธไม่ได้
ถ้าเป้าหมายของคุณคือ "เสียภาษีให้ถูกต้องและได้คืนสูงสุด" iTAX คือเครื่องมือที่ควรมีติดเครื่องไว้ ไม่ต้องคิดมาก
แล้วเส้นแบ่งอยู่ตรงไหน
สิ่งที่ iTAX ไม่ได้ออกแบบมาให้ทำ ไม่ใช่ข้อบกพร่องของมัน แต่คือขอบเขตของผลิตภัณฑ์:
- ไม่ได้ออกใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ หรือใบเสร็จให้ลูกค้า
- ไม่ได้ติดตามว่างานไหนส่งใบแจ้งหนี้ไปแล้ว ใครยังไม่จ่าย และค้างมากี่วัน
- ไม่ได้เก็บใบ 50 ทวิ แยกรายลูกค้าตลอดทั้งปีให้เราไล่เช็กว่าขาดใบไหน
- ไม่ได้จัดการโปรเจกต์ ขอบเขตงาน หรือประวัติการติดต่อลูกค้า
- การยื่นแบบจริงยังต้องทำผ่านช่องทางของกรมสรรพากร โดยผู้ให้บริการที่เชื่อมผ่าน Open API ทำหน้าที่ "จัดเตรียมข้อมูลแบบ" เท่านั้น
พูดอีกแบบ iTAX คือเครื่องมือของ "ฤดูภาษี" ส่วนงานที่ทำให้ฤดูภาษีไม่โหดร้าย เกิดขึ้นตลอด 12 เดือนก่อนหน้านั้น
MANA ทำอะไร
MANA เป็นระบบจัดการงานของฟรีแลนซ์ไทย จุดโฟกัสอยู่ที่วงจรการทำงานและการเก็บเงิน:
- ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ ต่อกันเป็นสายเดียวจากงานเดียวกัน
- ข้อมูลลูกค้าและประวัติการติดต่อ อยู่ที่เดียวกับเอกสารของลูกค้ารายนั้น
- โปรเจกต์และสถานะงาน เพื่อรู้ว่าอะไรค้าง อะไรพร้อมวางบิล
- บันทึกรายรับรายจ่าย และยอดหัก ณ ที่จ่ายรายลูกค้า สำหรับใช้ตอนยื่นภาษี
- รองรับบริบทไทยโดยเฉพาะ ทั้งเอกสารภาษาไทย e-Tax, VAT, WHT และ PromptPay
และสิ่งที่ MANA ไม่ทำ ก็ควรพูดตรง ๆ เช่นกัน: MANA ไม่ได้วางแผนลดหย่อนภาษีส่วนบุคคลให้คุณ ไม่ได้แนะนำว่าควรซื้อกองทุนตัวไหนเพื่อประหยัดภาษี และไม่ได้ยื่นแบบแทนคุณ
เทียบตามงานจริง
| งานที่ต้องทำ | iTAX | MANA |
|---|---|---|
| คำนวณภาษีปลายปี วางแผนลดหย่อน | ทำได้ดีมาก | ไม่ใช่หน้าที่ |
| เตรียมข้อมูลแบบ ภ.ง.ด.90/91 | ทำได้ | ไม่ใช่หน้าที่ |
| ออกใบเสนอราคา/ใบแจ้งหนี้/ใบเสร็จ | ไม่มี | ทำได้ |
| รู้ว่าใครค้างจ่ายอยู่กี่บาท กี่วัน | ไม่มี | ทำได้ |
| ไล่เก็บใบ 50 ทวิ รายลูกค้า | ไม่มี | ทำได้ |
| จัดการโปรเจกต์และลูกค้า | ไม่มี | ทำได้ |
| ตอบคำถามว่า "ลดหย่อนตัวนี้ใช้ได้ไหม" | ทำได้ดีมาก | ไม่ใช่หน้าที่ |
ข้อสรุปที่ตรงไปตรงมา
นี่ไม่ใช่การเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ฟรีแลนซ์ที่จัดการเรื่องเงินได้ดีที่สุดมักใช้ทั้งสองอย่างในจังหวะต่างกัน
ใช้ MANA ตลอดปี เพื่อให้รู้ตลอดว่ารับงานไปเท่าไหร่ ออกเอกสารครบไหม ใครยังไม่จ่าย และถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไปแล้วรวมกี่บาท จากนั้นพอถึงช่วง ภ.ง.ด.94 กลางปี หรือ ภ.ง.ด.90 ต้นปี ให้เอาตัวเลขชุดนั้นไปเข้า iTAX เพื่อคำนวณและวางแผนลดหย่อนให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ปัญหาที่ทำให้ฟรีแลนซ์ไทยยื่นภาษีพลาด แทบไม่เคยเป็นเพราะเครื่องคำนวณไม่แม่น แต่เป็นเพราะข้อมูลนำเข้าไม่ครบ MANA ทำให้ข้อมูลนำเข้าครบ ส่วน iTAX ทำให้ตัวเลขปลายทางถูกที่สุด
