← บล็อก
เทรนด์อ่าน 5 นาที

ไทยช่วยไทย พลัส เหลืออีก 6 สัปดาห์: เงินสะพัด 1.1 แสนล้าน แล้วฟรีแลนซ์ควรวางแผนไตรมาส 4 อย่างไร

โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เดินมาถึงช่วงท้ายแล้ว เหลือเวลาใช้สิทธิอีกประมาณหกสัปดาห์ก่อนปิดโครงการในวันที่ 30 กันยายน 2569 ตัวเลขที่กระทรวงการคลังเปิดเผยเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ระบุว่าสองเดือนแรกของโครงการมีเงินหมุนในระบบเศรษฐกิจไปแล้ว 111,880 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่รัฐร่วมจ่าย 64,350 ล้านบาท และเงินที่ประชาชนควักกระเป๋าเอง 47,530 ล้านบาท

สำหรับคนทำงานอิสระ นี่ไม่ใช่แค่ข่าวเศรษฐกิจที่อ่านผ่าน ๆ เพราะเงินก้อนนี้จะหยุดไหลพร้อมกันทั้งประเทศในวันเดียว และไตรมาสสุดท้ายของปีของคุณจะเริ่มต้นในวันถัดมา ใครที่รับงานจากร้านค้ารายย่อย ขายของหรือขายบริการตรงถึงผู้บริโภค หรือกำลังคิดจะยื่นขอสินเชื่อปลายปี ควรใช้หกสัปดาห์นี้ให้คุ้ม

ตัวเลขล่าสุดที่ควรรู้ก่อนวางแผน

สัดส่วน 96.6% คือข้อมูลที่มีค่าที่สุดในชุดนี้ เพราะมันบอกว่าเงินกระตุ้นรอบนี้ลงไปที่ร้านเล็ก ๆ หน้าร้าน ไม่ได้กระจุกอยู่บนแพลตฟอร์ม ถ้าลูกค้าประจำของคุณคือร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายของชำ หรือร้านค้าชุมชน ตอนนี้คือช่วงที่กระเป๋าเงินของพวกเขาตึงที่สุดในรอบปี

เงื่อนไขที่ยังเหลืออยู่ในช่วงโค้งสุดท้าย

ข้อสุดท้ายสำคัญกับสายบริการมาก เพราะการมัดจำหรือจ่ายล่วงหน้าไม่เข้าเงื่อนไข ใครที่ขายคอร์ส แพ็กเกจถ่ายภาพ หรือบริการที่เก็บเงินก่อนทำงาน จะใช้สิทธิรอบนี้ไม่ได้อยู่ดี

กรณีที่ 1 คุณขายตรงถึงผู้บริโภค

ฟรีแลนซ์ไทยจำนวนไม่น้อยไม่ได้รับงานเป็นโปรเจกต์อย่างเดียว แต่มีรายได้จากการขายหน้าร้านด้วย เช่น สอนพิเศษ ตัดผม ทำเล็บ ซ่อมอุปกรณ์ ขายงานคราฟต์ หรือมีร้านเล็ก ๆ ควบคู่ไปกับงานรับจ้าง ถ้าคุณเป็นร้านค้าที่ร่วมโครงการอยู่แล้ว สามข้อนี้ควรทำภายในเดือนนี้

หนึ่ง บันทึกยอดที่เข้าผ่านถุงเงินเป็นรายได้ทุกสัปดาห์ เงินที่เข้าบัญชีจากโครงการรัฐไม่ใช่เงินฟรีทางภาษี มันคือรายได้ที่มีร่องรอยชัดเจนที่สุดเท่าที่จะมีได้ ทั้งฝั่งธนาคาร ฝั่งสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และฝั่งข้อมูลธุรกรรมที่กรมสรรพากรเข้าถึงได้ตามกฎหมาย e-Payment การรอสรุปตอนสิ้นปีแล้วค่อยไล่ย้อนหลังคือวิธีที่เจ็บที่สุด

สอง แยกยอดตามช่วงเวลาให้ถูกครึ่งปี รายได้ที่เกิดในเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ในครึ่งปีแรก จึงต้องรวมอยู่ในแบบ ภ.ง.ด.94 ที่ยื่นออนไลน์ได้ถึงวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ส่วนยอดเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนจะไปโผล่ในแบบ ภ.ง.ด.90 ต้นปีหน้า คนที่ทำบัญชีรายรับแบบกองรวมกันทั้งก้อนมักแยกตรงนี้ไม่ออก

สาม จับตาเพดาน VAT 1.8 ล้านบาทต่อปี ยอดขายที่พุ่งขึ้นในช่วงโครงการนับรวมในฐานคำนวณด้วย ถ้าปีนี้รายได้ทั้งปีมีโอกาสแตะเพดาน ควรเริ่มคำนวณตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ใช่ตอนที่เลยไปแล้ว

กรณีที่ 2 ลูกค้าของคุณคือร้านเล็ก ๆ

ถ้าคุณเป็นนักออกแบบ ช่างภาพ คนทำคอนเทนต์ หรือรับดูแลการตลาดให้ร้านค้ารายย่อย ให้มองปฏิทินแบบนี้ ตอนนี้ถึงสิ้นเดือนกันยายนคือช่วงที่ลูกค้ามีกระแสเงินสดดีที่สุด หลังจากนั้นกระแสเงินสดของพวกเขาจะกลับสู่ภาวะปกติทันที

สิ่งที่ควรทำในหกสัปดาห์นี้

ปฏิทินไตรมาส 4 ที่ควรมาร์กไว้

เฟสต่อไปของรัฐคือสินเชื่อ ไม่ใช่เงินโอน

สัญญาณจากฝั่งนโยบายชัดว่ากำลังเปลี่ยนจากการกระตุ้นการใช้จ่าย ไปสู่การเติมทุน ลดต้นทุนทางการเงิน และแก้หนี้ สอดคล้องกับการเสริมสภาพคล่องแบงก์รัฐราว 25,000 ล้านบาทที่เดินอยู่ถึงสิ้นปี 2569 และคำแนะนำจากฝั่งกระทรวงการคลังที่บอกพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยตรง ๆ ว่าให้ทำบัญชีรายรับรายจ่ายให้ชัด เพื่อใช้เป็นหลักฐานขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ แทนที่จะไปพึ่งหนี้นอกระบบ

แปลเป็นภาษาฟรีแลนซ์คือ ประตูรอบหน้าที่รัฐเปิดให้ไม่ใช่เงินแจก แต่เป็นวงเงินกู้ และคนที่เดินผ่านประตูนั้นได้คือคนที่มีหลักฐานรายได้ที่จับคู่กันได้ระหว่างใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ และรายการเดินบัญชี ไม่ใช่คนที่มีแค่สลิปกระจัดกระจายในแชท

เช็กลิสต์หกสัปดาห์

  1. ไล่ดูใบแจ้งหนี้ที่ยังไม่ได้รับเงินทั้งหมด และตามเก็บให้จบก่อน 30 กันยายน
  2. สรุปรายได้ครึ่งปีแรกให้เสร็จ เตรียมยื่น ภ.ง.ด.94 ก่อนเส้นตาย 8 ตุลาคม
  3. แยกยอดที่รับผ่านโครงการรัฐออกจากรายได้งานโปรเจกต์ ให้กระทบยอดกับรายการเดินบัญชีได้ทุกบาท
  4. ทำประมาณการเงินสดเดือนตุลาคมถึงธันวาคม โดยตั้งสมมติฐานว่ายอดจากลูกค้ารายย่อยลดลง 10–20%
  5. กันเงินภาษีและเงินสำรองจากรายได้ช่วงพีคนี้ไว้ก่อน อย่าปล่อยให้เดือนที่ดีกลืนหายไปกับค่าใช้จ่ายประจำ
  6. ถ้าคิดจะยื่นขอสินเชื่อ เริ่มจัดชุดหลักฐานตั้งแต่วันนี้ เพราะแบงก์ดูย้อนหลัง 6–12 เดือน ไม่ได้ดูแค่เดือนที่คุณเดินเข้าไปคุย

งานหนักของช่วงนี้ไม่ใช่การหางานเพิ่ม แต่คือการทำให้เงินที่เข้ามาแล้วถูกบันทึกครบและตรวจสอบย้อนหลังได้ ใครที่ใช้ MANA อยู่ สามารถกระทบยอดรายการเดินบัญชีกับใบแจ้งหนี้ และดูประมาณการกระแสเงินสดของไตรมาส 4 ได้จากที่เดียว ก่อนที่วันที่ 1 ตุลาคมจะมาถึง