← บล็อก
วิธีใช้งานอ่าน 4 นาที

ใส่ PromptPay QR ลงใบแจ้งหนี้ให้ถูกวิธี: ลูกค้าจ่ายเร็วขึ้น และกระทบยอดง่ายขึ้น

ทำไมแค่ใส่ QR ก็ทำให้ได้เงินเร็วขึ้น

ระยะเวลาจ่ายเงินของลูกค้าไม่ได้ขึ้นกับความตั้งใจอย่างเดียว แต่ขึ้นกับจำนวนขั้นตอนที่เขาต้องทำด้วย ใบแจ้งหนี้ที่มีแค่เลขบัญชีบังคับให้คนจ่ายต้องพิมพ์เลขบัญชี ตรวจชื่อ ใส่ยอด แล้วลุ้นว่าพิมพ์ผิดหรือเปล่า ส่วนใบแจ้งหนี้ที่มี QR พร้อมยอดฝังมาแล้ว เหลือแค่สแกนกับกดยืนยัน

สำหรับงานฟรีแลนซ์ที่ลูกค้าเป็นเจ้าของธุรกิจรายเล็กหรือลูกค้าบุคคล ความต่างนี้มักหมายถึงได้เงินภายในวันเดียวแทนที่จะเป็นสัปดาห์หน้า บทความนี้คือขั้นตอนทำจริง พร้อมจุดพลาดที่เจอบ่อย

ขั้นที่ 1: เลือกพร้อมเพย์ให้ถูกตัว

ผูกพร้อมเพย์กับบัญชีที่ใช้รับงานเท่านั้น ไม่ใช่บัญชีที่ใช้จ่ายค่ากับข้าวปนกัน เหตุผลไม่ใช่เรื่องความสวยงาม แต่เพราะตอนสิ้นปี รายการเดินบัญชีของบัญชีนั้นเกือบทั้งหมดจะเป็นรายได้จริง ซึ่งทำให้กระทบยอดและอธิบายที่มาของเงินได้ง่ายกว่ามาก

ข้อควรระวังที่คนพลาดบ่อย: ชื่อบัญชีปลายทางต้องตรงกับชื่อผู้รับเงินในใบแจ้งหนี้ ฝ่ายบัญชีของลูกค้าองค์กรจำนวนมากมีนโยบายห้ามโอนเข้าบัญชีที่ชื่อไม่ตรงกับคู่สัญญา ถ้าใบแจ้งหนี้ออกในนามคุณ แต่ QR เป็นบัญชีของแฟนหรือของพ่อ เอกสารจะถูกตีกลับ

ขั้นที่ 2: ตัดสินใจว่าจะใช้ QR แบบไหน

มีสองแบบให้เลือก

ถ้าเลือกได้ ให้ใช้แบบระบุยอดเสมอสำหรับใบแจ้งหนี้ และเก็บแบบไม่ระบุยอดไว้ใช้กับกรณีเก็บมัดจำเล็ก ๆ หรือรับทิป

ขั้นที่ 3: ใส่ยอดให้ตรงกับที่ลูกค้าต้องโอนจริง

นี่คือขั้นที่ทำพลาดกันมากที่สุด เพราะยอดในใบแจ้งหนี้กับยอดที่ต้องโอนมักไม่เท่ากัน

กรณีไม่จด VAT ลูกค้าเป็นบริษัท

กรณีจด VAT แล้ว ลูกค้าเป็นบริษัท

จุดสำคัญคือ ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคิดจากมูลค่าก่อน VAT ไม่ใช่จากยอดรวม ถ้าฝัง QR ด้วยยอดเต็มโดยไม่หัก ลูกค้าที่ทำถูกต้องจะโอนไม่ตรงกับ QR แล้วเอกสารจะกลับมาให้แก้

วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ แสดงตารางสรุปเล็ก ๆ ท้ายใบแจ้งหนี้: ยอดก่อนภาษี, VAT, หัก ณ ที่จ่าย, ยอดที่ต้องชำระ แล้วฝังยอดสุดท้ายนั้นลงใน QR ส่วนลูกค้าที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้ฝังยอดเต็ม

ขั้นที่ 4: วาง QR ให้ถูกที่และเขียนกำกับให้ครบ

ตำแหน่งที่ใช้ได้ผลคือมุมล่างขวาของใบแจ้งหนี้ ติดกับยอดที่ต้องชำระ ไม่ใช่หน้าสุดท้ายที่แยกออกไป และควรมีข้อความกำกับสั้น ๆ สามบรรทัด

บรรทัดที่สามคือบรรทัดที่ช่วยคุณตอนเดือนมีนาคมมากที่สุด เพราะการขอ 50 ทวิ ตอนที่ลูกค้ากำลังจ่ายเงิน ง่ายกว่าการตามขอย้อนหลังหกเดือนอย่างเทียบไม่ติด

ขั้นที่ 5: กระทบยอดให้เป็นนิสัยรายสัปดาห์

ตั้งเวลาสัปดาห์ละครั้ง ครั้งละสิบนาที แล้วทำสามอย่าง

  1. เปิด statement ของบัญชีรับงาน ดูรายการเข้าตั้งแต่ครั้งที่แล้ว
  2. จับคู่แต่ละรายการกับใบแจ้งหนี้ ถ้ายอดไม่ตรง ให้เช็กก่อนว่าเป็นเพราะถูกหัก 3% หรือถูกหักค่าธรรมเนียมโอนข้ามธนาคาร
  3. ใบไหนที่จับคู่ได้แล้ว ให้เปลี่ยนสถานะเป็นชำระแล้ว และออกใบเสร็จทันที

การออกใบเสร็จช้าคือหนี้เอกสารที่ทบดอกเงียบ ๆ ออกทันทีที่เงินเข้าจะเสียเวลาสองนาที ออกย้อนหลังตอนสิ้นปีจะเสียเวลาทั้งวัน

ขั้นที่ 6: ตั้งจังหวะติดตามไว้ล่วงหน้า

QR ช่วยลดแรงเสียดทาน แต่ไม่ได้แก้ปัญหาลูกค้าที่ลืมจ่าย ให้วางจังหวะติดตามไว้ตายตัว

จุดพลาดที่เจอบ่อย

สรุปเป็นเช็กลิสต์

ใน MANA ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ และใบเสร็จอยู่บนสายเดียวกันของงานเดียวกัน พร้อมข้อมูลการชำระเงินบนเอกสาร ทำให้ตอนกระทบยอดไม่ต้องเดาว่าเงินก้อนนี้มาจากงานไหน