เกิดอะไรขึ้นในหนึ่งเดือนที่ผ่านมา
ต้นเดือนกรกฎาคม 2569 กรมสรรพากรออกคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 369/2569 แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งที่ ท.ป. 81/2542 ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ที่เจ้าพนักงานประเมินใช้ตัดสินว่าจะ “งดหรือลดเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่ม” ให้ผู้เสียภาษีมากน้อยแค่ไหน ครอบคลุมทั้งภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ คำสั่งฉบับนี้แก้หลายข้อ (ข้อ 3, 5, 5/1, 14, 15 และ 17) และให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
ถัดมาไม่ถึงเดือน วันที่ 3 สิงหาคม 2569 กรมสรรพากรออกคำสั่งที่ ท.ป. 370/2569 เรื่องมอบหมายให้สั่งและดำเนินการเกี่ยวกับการพิจารณางดหรือลดเบี้ยปรับภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะบางกรณี พร้อมยกเลิกคำสั่งเดิมสองฉบับ คือ ท.ป. 121/2545 และ ท.ป. 140/2547
สรุปสั้น ๆ คือ ฉบับแรกแก้ “เกณฑ์” ว่าจะลดเบี้ยปรับเท่าไร ฉบับที่สองแก้ “ใครเป็นคนมีอำนาจสั่ง” ซึ่งแปลว่ากระบวนการพิจารณาถูกจัดระเบียบใหม่ทั้งกระบวน ไม่ใช่ข่าวที่ดังในหน้าหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่คนทำงานอิสระเจอกับตัวได้ง่ายมาก เพราะฟรีแลนซ์คือกลุ่มที่ยื่นเองทั้งหมด ไม่มีฝ่ายบัญชีคอยเตือน และพลาดกันบ่อยที่สุดสองเรื่อง คือยื่นช้า กับยื่นรายได้ไม่ครบ
เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม ค่าปรับอาญา ไม่ใช่ก้อนเดียวกัน
คนส่วนใหญ่เรียกรวมกันหมดว่า “ค่าปรับ” แต่กฎหมายแยกเป็นสามก้อน และแต่ละก้อนต่อรองได้ไม่เท่ากัน
1. เบี้ยปรับ — ก้อนที่ลดได้จริง
เบี้ยปรับคือบทลงโทษกรณียื่นแบบไม่ถูกต้องหรือไม่ได้ยื่น เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ยื่นขาดจะถูกเบี้ยปรับเป็นเท่าตัวของภาษีที่ต้องชำระ ก้อนนี้แหละที่ ท.ป. 81/2542 และคำสั่งแก้ไขล่าสุดเข้ามาบอกว่าจะลดให้เหลือกี่เปอร์เซ็นต์
2. เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน — ก้อนที่แทบไม่ลด
เงินเพิ่มคือดอกเบี้ยของภาษีที่ค้าง คิดในอัตรา 1.5% ต่อเดือนหรือเศษของเดือน นับจากวันพ้นกำหนดยื่น และโดยหลักจะไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระ ก้อนนี้เดินทุกเดือนโดยไม่สนใจว่าเราตั้งใจหรือไม่ ยิ่งดองไว้นาน ยิ่งแพงแบบเส้นตรง
3. ค่าปรับอาญา — ก้อนเล็กแต่กวนใจ
กรณีไม่ยื่นแบบภายในกำหนด ยังมีค่าปรับอาญาอีกชั้น ปกติเป็นหลักร้อยถึงหลักพันบาทต่อแบบ ขึ้นกับว่าล่าช้ากี่วันและเป็นแบบอะไร จำนวนไม่มาก แต่ต้องไปเสียที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ ซึ่งกินเวลาทั้งวันทำงานของเรา
ขั้นบันไดที่ทำให้ “รีบแก้เอง” ถูกกว่าเสมอ
หัวใจของ ท.ป. 81/2542 ที่ถูกแก้ไขล่าสุด คือแนวคิดว่า ใครเข้ามาแก้ไขเองก่อนถูกเจ้าหน้าที่เรียก จะเสียเบี้ยปรับน้อยกว่ามาก โครงสร้างที่ใช้กันมาในกรณีภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 89 (2) (3) และ (4) เป็นขั้นบันไดตามความเร็วในการยื่นแบบพร้อมชำระภาษี
- ยื่นและชำระภายใน 15 วันนับแต่วันพ้นกำหนด: เสียเบี้ยปรับเพียงราว 2% ของเบี้ยปรับ
- เกิน 15 วัน แต่ไม่เกิน 30 วัน: ราว 5%
- เกิน 30 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน: ราว 10%
- เกิน 60 วัน: ราว 20%
ส่วนกรณีที่หนักกว่านั้น คือประกอบกิจการโดยไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งที่ต้องจด แล้วเจ้าหน้าที่ตรวจพบเอง อัตราที่ลดให้จะขยับขึ้นไปอยู่ในระดับ 40–50% ของเบี้ยปรับ ต่างจากกรณีเข้าไปแก้เองแบบคนละโลก
สำหรับภาษีเงินได้ตามมาตรา 22 และมาตรา 26 หลักเกณฑ์กำหนดว่าเจ้าพนักงานประเมินลดเบี้ยปรับได้ แต่ต้องให้เสียไม่น้อยกว่า 50% ของเบี้ยปรับ กล่าวคือมีเพดานการผ่อนผันชัดเจน ไม่ใช่ยกเลิกทั้งก้อน
ตัวเลขเหล่านี้เป็นโครงสร้างที่ใช้ต่อเนื่องมาและถูกปรับปรุงด้วยคำสั่งฉบับใหม่ ดังนั้นถ้าเคสของเรามีเงินก้อนใหญ่เกี่ยวข้อง ควรอ่านตัวบทฉบับเต็มที่ rd.go.th หรือโทรถามสรรพากรพื้นที่ก่อนตัดสินใจ เพราะรายละเอียดเงื่อนไขในแต่ละกรณีมีหลายชั้น และการลดเบี้ยปรับเป็นดุลพินิจของเจ้าพนักงานเสมอ
ทำไมจังหวะนี้ถึงเป็นจังหวะที่ดีที่สุดของปี
เดือนสิงหาคมถึงกันยายนคือช่วงที่ฟรีแลนซ์ต้องรื้อตัวเลขครึ่งปีแรกอยู่แล้ว เพราะภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) มีกำหนดยื่นภายในสิ้นเดือนกันยายน 2569 และถ้ายื่นผ่านอินเทอร์เน็ตจะได้เวลาเพิ่มถึงต้นเดือนตุลาคม
แปลว่าเรากำลังจะเปิดไฟล์รายรับรายจ่ายอยู่แล้ว การไล่ดูย้อนหลังอีกนิดว่าปีก่อน ๆ มีอะไรตกหล่นจึงแทบไม่มีต้นทุนเพิ่ม ต่างจากการรอให้จดหมายจากสรรพากรมาถึงก่อน ซึ่งนอกจากเบี้ยปรับจะขึ้นขั้นบันไดสูงสุดแล้ว เรายังเสียสิทธิ์ในการอธิบายเองก่อนด้วย
อีกเรื่องที่เกิดขึ้นพร้อมกันคือกรมสรรพากรเดินหน้าย้ายงานกระดาษขึ้นออนไลน์ต่อเนื่อง ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2569 เปิดให้ยื่นแบบ ภ.อ.11 ซึ่งเป็นแบบแจ้งการจัดทำและจัดเก็บเอกสารหลักฐานในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบออนไลน์ได้แล้ว และก่อนหน้านั้นปลายเดือนกรกฎาคมก็เปิดให้ยื่นแบบเพิ่มเติมภาษีหัก ณ ที่จ่ายกรณีนำส่งไว้เกินผ่าน e-Filing ได้ ทิศทางชัดว่าการแก้ไขย้อนหลังกำลังทำได้ง่ายขึ้นเรื่อย ๆ
เช็กลิสต์ 5 ข้อสำหรับสุดสัปดาห์นี้
- ไล่ว่ามีแบบไหนขาดบ้าง ย้อนหลังสามปี เขียนเป็นตารางง่าย ๆ ว่าปีไหนยื่น ภ.ง.ด.90/91 แล้ว ปีไหนต้องยื่น ภ.ง.ด.94 แล้วไม่ได้ยื่น
- รวมใบ 50 ทวิ ให้ครบก่อนตกใจ ภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ลูกค้าหักไปแล้วถือว่าเราจ่ายภาษีล่วงหน้าไปส่วนหนึ่ง หลายเคสพอรวมครบแล้วยอดที่ต้องจ่ายเพิ่มน้อยกว่าที่กลัวไว้มาก
- เช็กเพดาน 1.8 ล้านบาทแบบต่อเนื่อง ไม่ใช่ดูแค่ปลายปี การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มช้าคือความผิดพลาดที่แพงที่สุดของฟรีแลนซ์ที่โตเร็ว เพราะเบี้ยปรับผูกกับยอดขายทั้งช่วงที่ควรจดแล้วไม่ได้จด
- ยื่นพร้อมชำระในคราวเดียว ขั้นบันไดการลดเบี้ยปรับอิงกับการยื่นแบบพร้อมชำระภาษี ถ้ายื่นแล้วค้างจ่าย ประโยชน์ที่ควรได้จะหายไป
- เก็บหลักฐานให้ตรงกับตัวเลขที่ยื่น ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ สลิปโอน และใบ 50 ทวิ ควรอยู่ที่เดียวกันและเรียกดูได้ตามปีภาษี ไม่ใช่กระจายอยู่ในแชทลูกค้าสิบห้ากลุ่ม
ระวังอีเมลปลอมช่วงนี้ด้วย
กรมสรรพากรย้ำเองว่าไม่มีนโยบายส่งอีเมลให้ผู้เสียภาษีกดลิงก์เพื่อกรอกหรือยืนยันข้อมูลภาษี ช่วงที่มีข่าวเรื่องเบี้ยปรับและใกล้กำหนดยื่นครึ่งปีแบบนี้คือช่วงที่มิจฉาชีพขยันที่สุด ถ้าได้รับอีเมลหรือ SMS ที่อ้างว่าเราค้างภาษีและให้กดลิงก์จ่ายทันที ให้เข้าเว็บไซต์ rd.go.th ด้วยตัวเองหรือโทร 1161 แทนเสมอ
เตรียมตัวเลขให้พร้อมก่อนคุยกับสรรพากร
งานที่ยากที่สุดของการยื่นย้อนหลังไม่ใช่การกรอกแบบ แต่คือการตอบให้ได้ว่าปีนั้นเรามีรายได้เท่าไร จากใคร และมีหลักฐานอะไร ถ้าเอกสารทั้งหมดถูกออกและเก็บไว้ในที่เดียวตั้งแต่แรก งานนี้จบใน 1 ชั่วโมง ถ้าไม่ ก็อาจกินเวลาทั้งสัปดาห์
MANA เก็บใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ และรายการรับจ่ายไว้ในระบบเดียว พร้อมช่องภาษีหัก ณ ที่จ่ายบนเอกสาร ทำให้ตอนต้องย้อนดูปีภาษีเก่า เรามีตัวเลขให้เจ้าหน้าที่ดูได้ทันทีแทนที่จะต้องไล่หาในแชท
