เดือนที่ผ่านมา เงินบาทไม่ได้นิ่งเลยสักสัปดาห์
ถ้าคุณรับงานจากลูกค้าต่างประเทศ เดือนกรกฎาคม 2569 น่าจะทำให้ยอดเงินเข้าบัญชีไม่เท่ากันสักครั้งเดียว
- 8 ก.ค. เงินบาทเปิดตลาดราว 33.43 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยตามดอลลาร์ที่อ่อนลง
- ช่วง 13–17 ก.ค. อ่อนค่าลงไปแตะระดับอ่อนสุดในรอบราว 14 เดือนครึ่งที่ 33.64 บาทต่อดอลลาร์ ตามราคาทองคำโลกที่หลุดแนว 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- 20 ก.ค. เปิดที่ 33.68 ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ดันดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
- 30 ก.ค. กลับมาเปิดที่ 33.47 หลังเฟดคงดอกเบี้ย
- ต้นเดือนสิงหาคม ค่าเงินอ้างอิงที่ใช้ในตลาดทองคำวันที่ 3 ส.ค. อยู่แถว 33.33–33.35
กรอบที่ฝ่ายวิจัยธนาคารมองไว้ในเดือนนั้นอยู่ราว 33.00–33.90 บาทต่อดอลลาร์ แปลว่าช่วงกว้างสุดถึงแคบสุดต่างกันประมาณ 2.5–3%
ฟังดูน้อย แต่ลองคิดเป็นเงินจริง งานมูลค่า 3,000 ดอลลาร์ ถ้าเงินเข้าวันที่บาทอยู่ 33.64 กับวันที่บาทอยู่ 33.00 ต่างกันเกือบ 2,000 บาท และถ้าคุณมีงานแบบนี้เดือนละสองสามใบ ทั้งปีก็เป็นเงินหลักหมื่น โดยที่คุณไม่ได้ทำงานเพิ่มหรือน้อยลงเลย
ข่าวดีคือทิศทางในภาพรวมยังเป็นบวกกับคนที่รับรายได้เป็นดอลลาร์ เพราะบาทอ่อนกว่าช่วงต้นปีพอสมควร ข่าวที่ต้องจัดการคือความผันผวน ไม่ใช่ระดับราคา
เรื่องที่ฟรีแลนซ์เข้าใจผิดบ่อยที่สุด
รายได้จากลูกค้าต่างประเทศ ไม่เท่ากับ เงินได้จากต่างประเทศ
ถ้าคุณนั่งทำงานอยู่ในไทย แล้วส่งงานให้ลูกค้าที่สิงคโปร์ ญี่ปุ่น หรืออเมริกา เงินได้ก้อนนั้นถือว่าเกิดจากแหล่งเงินได้ในประเทศไทย ตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร คุณมีหน้าที่เสียภาษีในไทยเต็มจำนวน ไม่ว่าเงินจะโอนเข้าบัญชีไทยเมื่อไหร่ หรือจะค้างอยู่ใน PayPal, Wise, Payoneer นานแค่ไหนก็ตาม
กฎเรื่องการนำเงินได้จากต่างประเทศเข้ามาในไทย ซึ่งเปลี่ยนแนวปฏิบัติตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 เป็นคนละเรื่อง กฎนั้นใช้กับเงินได้ที่แหล่งเกิดอยู่นอกประเทศจริง ๆ เช่น ไปทำงานหรือลงทุนขณะอยู่ต่างประเทศ และใช้กับผู้ที่อยู่ในไทยถึง 180 วันในปีภาษีนั้น
ส่วนข้อเสนอผ่อนปรนที่เป็นข่าวมาตั้งแต่ปี 2568 ว่าถ้านำเงินได้จากต่างประเทศกลับเข้าไทยภายในปีเดียวกันหรือปีถัดไปจะได้รับยกเว้นภาษีนั้น ณ ต้นเดือนสิงหาคม 2569 ยังไม่ปรากฏเป็นพระราชกฤษฎีกาที่ประกาศใช้ อย่าเพิ่งวางแผนภาษีบนข่าวที่ยังเป็นร่าง
ไม่มีใบ 50 ทวิ แปลว่าไม่มีเครดิตภาษีมาช่วย
ลูกค้าไทยหัก ณ ที่จ่าย 3% แล้วออกหนังสือรับรองให้ พอถึงเวลายื่นแบบ ยอดที่ถูกหักไปทั้งปีจะมาหักลบภาษีที่ต้องจ่าย บางคนถึงขั้นได้คืน
ลูกค้าต่างประเทศไม่ทำแบบนั้น เงินเข้าเต็มจำนวน (หักค่าธรรมเนียมโอน) และไม่มีเครดิตอะไรรออยู่เลย ผลคือคนที่รายได้หลักมาจากต่างประเทศมักเจอยอดภาษีก้อนใหญ่กว่าที่คาดตอนยื่น
วิธีแก้ง่ายที่สุดคือกันเงินทันทีที่เงินเข้า ตั้งบัญชีแยกไว้บัญชีหนึ่ง โอนเข้าไปทุกครั้งที่รับเงินจากลูกค้าต่างชาติ และอย่าลืมว่าถ้าคุณมีเงินได้ตามมาตรา 40(5)–(8) ยังมีแบบ ภ.ง.ด.94 ครึ่งปีที่ครบกำหนด 30 กันยายนรออยู่ด้วย
บันทึกอัตราแลกเปลี่ยนยังไงให้ตรวจสอบย้อนหลังได้
หลักที่ปฏิบัติได้จริงและอธิบายกับเจ้าหน้าที่ได้:
- ถ้าเงินเข้าบัญชีแล้วถูกแปลงเป็นบาททันที ให้ใช้ยอดบาทที่เข้าบัญชีจริงเป็นรายได้ ไม่ต้องไปคำนวณเอง
- ถ้าคุณถือเป็นสกุลต่างประเทศไว้ก่อน ให้บันทึกรายได้ด้วยอัตราอ้างอิงของธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วันที่ได้รับเงิน แล้วเก็บภาพหน้าจออัตราวันนั้นแนบไว้
- ค่าธรรมเนียมโอน ค่าธรรมเนียมแปลงเงิน และค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม เป็นค่าใช้จ่ายที่หักได้ถ้าคุณเลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริง แต่ถ้าเลือกหักเหมา ตัวเลขพวกนี้ไม่มีผลกับภาษี มีผลแค่กับกำไรจริงของคุณ
ต่อหนึ่งงาน ควรมีเอกสารสี่ชิ้นอยู่ในโฟลเดอร์เดียวกัน คือใบแจ้งหนี้ที่ออกให้ลูกค้า หลักฐานการโอนหรือ payment advice ใบสรุปการแปลงเงิน และหน้า statement ที่เห็นยอดเข้า ถ้าครบสี่ชิ้นนี้ คุณจะไม่ต้องไปไล่หาอะไรตอนเดือนมีนาคม
VAT: ฐาน 1.8 ล้าน นับรวมลูกค้าต่างประเทศด้วย
หลายคนเข้าใจว่ารายได้จากต่างประเทศไม่ต้องนับ ซึ่งไม่ใช่ ฐานคำนวณ 1.8 ล้านบาทต่อปีนับรายได้จากการให้บริการทั้งหมด ไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ที่ไหน
สิ่งที่ต่างคืออัตราภาษี ถ้าคุณจด VAT แล้ว และบริการนั้นถูกใช้ในต่างประเทศทั้งหมด จะเข้าเงื่อนไขอัตรา 0% ได้ แต่ต้องมีหลักฐานประกอบว่าบริการถูกใช้นอกประเทศจริง ถ้าลูกค้าเอาผลงานมาใช้ในไทยบางส่วน เช่น แคมเปญยิงในตลาดไทย ส่วนนั้นกลับมาเสีย 7% ตามปกติ
ช่องทางรับเงินเปลี่ยนไปแล้วในปีนี้
เดือนมีนาคม 2569 Wise เป็นผู้ให้บริการที่ไม่ใช่ธนาคารรายแรกที่ได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยรวม 5 ใบ และตั้งแต่ 19 พฤษภาคม 2569 เริ่มให้บริการในฐานะนิติบุคคลไทย พร้อมเชื่อมต่อพร้อมเพย์ และเปิดให้ถือกับแปลงเงินได้ 40 กว่าสกุล
ข้อควรระวังที่ต้องอ่านให้จบ: การโอนระหว่างบัญชีที่ไม่ใช่บัญชีไทยของผู้ใช้บัญชีบุคคลที่ลงทะเบียนที่อยู่ในไทย อาจถูกแปลงสองต่อ เช่น ดอลลาร์ไปสิงคโปร์ดอลลาร์กลายเป็นดอลลาร์ไปบาทไปสิงคโปร์ดอลลาร์ ซึ่งทำให้ค่าธรรมเนียมรวมสูงขึ้น เงื่อนไขนี้ทยอยมีผลระหว่างมีนาคมถึงตุลาคม 2569 ถ้าคุณรับหลายสกุลและไม่ได้แปลงเป็นบาททุกครั้ง ควรเข้าไปอ่านประกาศในบัญชีตัวเองก่อน
สำหรับคนที่ยังรับผ่านธนาคารแบบ SWIFT อย่าลืมว่าค่าธรรมเนียมธนาคารตัวกลางกับธนาคารปลายทางมักโดนหักจากยอดที่ลูกค้าโอน ควรระบุในใบแจ้งหนี้ให้ชัดว่าใครรับผิดชอบส่วนนี้
เช็กลิสต์ 30 นาที ที่ทำได้เย็นนี้
- เพิ่มบรรทัด ราคานี้ยืนราคาถึงวันที่ ... ในเทมเพลตใบเสนอราคาทุกใบ ปกติ 14–30 วันกำลังดี
- ระบุสกุลเงินให้ชัด และระบุว่าค่าธรรมเนียมโอนระหว่างประเทศเป็นภาระของฝ่ายไหน
- ตั้งกฎการแปลงเงินของตัวเองไว้ล่วงหน้า เช่น แปลงเป็นบาททันที 70% เก็บเป็นดอลลาร์ 30% สำหรับค่าเครื่องมือที่จ่ายเป็นดอลลาร์อยู่แล้ว กฎที่ตั้งไว้ก่อนดีกว่าการเดาทิศทางค่าเงินรายวัน
- เปิดบัญชีกันภาษีแยก แล้วโอน 20–25% ของทุกยอดที่รับจากลูกค้าต่างชาติเข้าไปทันที
- ไล่เก็บเอกสารสี่ชิ้นของงานต่างประเทศทั้งหมดตั้งแต่ต้นปีให้ครบ ก่อนจะถึงรอบ ภ.ง.ด.94
ความผันผวนของค่าเงินเป็นเรื่องที่เราคุมไม่ได้ แต่การตั้งราคาแบบมีวันหมดอายุ การกันเงินภาษีทันที และการเก็บหลักฐานให้ครบต่อหนึ่งงาน เป็นสามอย่างที่คุมได้ทั้งหมด และมันช่วยได้มากกว่าการเฝ้ากราฟทุกเช้า
ถ้าอยากให้ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ และสถานะการรับเงินของแต่ละงานอยู่ที่เดียวกัน จนถึงเวลายื่นภาษีแล้วไม่ต้องไล่หา MANA ออกแบบมาสำหรับงานเอกสารแบบนี้ของฟรีแลนซ์ไทยโดยเฉพาะ
