เกิดอะไรขึ้นในสัปดาห์นี้
วันที่ 13 สิงหาคม 2569 กระทรวงการคลังยืนยันแผนเติมสภาพคล่องให้ธนาคารรัฐ โดยลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ จากเดิม 0.25% ต่อปี เหลือ 0.0625% คำนวณจากยอดเงินฝากที่รับจากประชาชนตลอดปี 2569 (1 มกราคม–31 ธันวาคม) เรื่องนี้ผ่านมติคณะรัฐมนตรีไปตั้งแต่ 7 กรกฎาคม 2569 และผลลัพธ์คือมีสภาพคล่องเพิ่มในระบบราว 25,000 ล้านบาท กระจายอยู่ใน 4 ธนาคารรัฐ คือ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธอส. และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
เงินก้อนนี้ไม่ใช่เงินแจก แต่เป็นการปลดล็อกให้ธนาคารมีเงินไปปล่อยสินเชื่อได้มากขึ้น โดยเชื่อมกับโครงการที่เดินอยู่แล้ว ได้แก่
- SME Credit Boost — ปล่อยสินเชื่อผ่านระบบธนาคารให้ธุรกิจรายเล็กเข้าถึงเงินทุนง่ายขึ้น
- ปิดหนี้ไวไปต่อได้ — สำหรับลูกหนี้ที่อยากเคลียร์หนี้เก่าแล้วกลับมาตั้งหลักใหม่
- พี่ช่วยน้อง — ธุรกิจขนาดใหญ่ช่วยค้ำประกันสินเชื่อให้ซัพพลายเออร์รายเล็กในห่วงโซ่ของตัวเอง
- Bridge financing — สินเชื่อระยะสั้นเพื่อประคองกระแสเงินสดผ่านเครือข่ายแบงก์รัฐและคณะกรรมการบริหารการเงินระดับจังหวัด
และมี บสย. เข้ามาร่วมค้ำประกันสินเชื่อ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญมากสำหรับคนที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำ
แล้วฟรีแลนซ์อยู่ตรงไหนของภาพนี้
คำว่า SME ในข่าวมักทำให้ฟรีแลนซ์เลื่อนผ่าน เพราะคิดว่าตัวเองไม่ใช่ "ผู้ประกอบการ" แต่ในทางปฏิบัติ ธนาคารรัฐมีสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระและผู้ประกอบการรายย่อยที่เป็นบุคคลธรรมดาอยู่แล้ว ไม่ได้จำกัดเฉพาะนิติบุคคล ปัญหาของฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่จึงไม่ใช่ "ไม่มีสิทธิ" แต่คือ พิสูจน์รายได้ไม่ได้
ประกาศแบบนี้เป็นการเพิ่มสภาพคล่องฝั่งธนาคาร ไม่ใช่การผ่อนเกณฑ์อนุมัติ เกณฑ์เครดิตยังเป็นของแต่ละธนาคารเหมือนเดิม รายละเอียดคุณสมบัติของแต่ละโครงการก็ไม่ได้ระบุครบในข่าว ต้องเช็กกับสาขาหรือหน้าเว็บของธนาคารนั้น ๆ โดยตรง สิ่งที่เราควบคุมได้จริงคือฝั่งเอกสารของเราเอง
ธนาคารดูอะไร เมื่อคนขอกู้ไม่มีสลิปเงินเดือน
พนักงานประจำมีสลิปกับหนังสือรับรองเงินเดือนจบในสองแผ่น ฟรีแลนซ์ไม่มี สิ่งที่ใช้แทนได้คือหลักฐานที่บอกว่ารายได้ของเรา "สม่ำเสมอ ตรวจสอบได้ และมีที่มา"
1. Statement บัญชีย้อนหลัง 6–12 เดือน นี่คือเอกสารที่มีน้ำหนักที่สุด และเป็นจุดที่ฟรีแลนซ์เสียเปรียบตัวเองบ่อยที่สุด เพราะใช้บัญชีเดียวปนกันทั้งเงินงาน เงินกินข้าว เงินโอนคืนเพื่อน เงินยืมพ่อแม่ พอเจ้าหน้าที่เปิดดู จะแยกไม่ออกว่ารายได้จริงเดือนละเท่าไร ถ้ายังไม่แยกบัญชีรับงานออกมา เริ่มวันนี้ก็ยังทัน เพราะกว่าจะยื่นกู้จริงคุณต้องมีประวัติเดินบัญชีให้เขาดูอยู่ดี
2. เอกสารฝั่งรายได้ ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน และสัญญาจ้าง ชุดนี้ทำให้ยอดเงินเข้าใน statement มีคำอธิบาย ว่าก้อน 45,000 บาทที่เข้ามาวันที่ 5 คือค่างานอะไร ของลูกค้าเจ้าไหน
3. หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) เป็นหลักฐานชั้นดี เพราะออกโดยผู้จ่ายเงิน ไม่ใช่เราออกเอง ยิ่งเก็บครบทั้งปี ยิ่งเห็นภาพรายได้ชัด
4. แบบภาษีที่ยื่นแล้ว ภ.ง.ด.90 ของปีก่อน และ ภ.ง.ด.94 ครึ่งปี พร้อมใบเสร็จรับชำระภาษี ข้อนี้ตรงไปตรงมา คนที่ยื่นภาษีสม่ำเสมอกู้ง่ายกว่าคนที่ไม่เคยยื่น เพราะรายได้ที่แจ้งไว้กับสรรพากรคือรายได้ที่ธนาคารกล้านับ
5. ทะเบียนพาณิชย์หรือ ภ.พ.20 ถ้ามี ไม่จำเป็นสำหรับทุกโครงการ แต่ช่วยให้โปรไฟล์ดูเป็นธุรกิจมากขึ้น
บสย. ค้ำประกันช่วยตรงไหน และมีต้นทุนอะไร
จุดตายของฟรีแลนซ์คือไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน การที่ บสย. เข้ามาร่วมค้ำในโครงการสินเชื่อ ทำให้ธนาคารรับความเสี่ยงได้มากขึ้น และเปิดประตูให้คนตัวเล็กที่มีแต่รายได้ ไม่มีที่ดิน แต่ต้องเข้าใจว่าการค้ำประกันมีค่าธรรมเนียมของมัน และการค้ำไม่ได้แปลว่าคุณไม่ต้องจ่ายหนี้ ถ้าผิดนัดชำระ ภาระยังกลับมาที่คุณอยู่ดี ดังนั้นให้คิดต้นทุนรวมเป็น ดอกเบี้ย + ค่าธรรมเนียมค้ำประกัน แล้วค่อยเทียบกับผลตอบแทนที่จะได้จากเงินก้อนนั้น
อย่ากู้เพราะเงินหาง่ายขึ้น — เช็ก 3 ข้อก่อน
ข้อแรก กู้ไปทำอะไร เงินกู้ที่คุ้มคือเงินที่ไปสร้างกำลังผลิตหรือแก้คอขวด เช่น ซื้ออุปกรณ์ที่ทำให้รับงานได้มากขึ้น หรือจ้างผู้ช่วยเพื่อรับงานที่เคยต้องปฏิเสธ ถ้ากู้มาเพื่ออุดรายจ่ายประจำที่รายได้ไม่พออยู่แล้ว นั่นคือการเลื่อนปัญหาออกไปพร้อมดอกเบี้ย
ข้อสอง จ่ายคืนจากเงินก้อนไหน ฟรีแลนซ์รายได้ไม่เท่ากันทุกเดือน ให้ดูเดือนที่แย่ที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา ถ้าเดือนนั้นยังผ่อนไหวโดยไม่ต้องหยิบเงินภาษีที่กันไว้มาใช้ ค่อยตัดสินใจ
ข้อสาม เงินกันภาษียังอยู่ครบไหม อย่าลืมว่ารายได้ที่เห็นในบัญชีมีส่วนที่ยังไม่ใช่ของเรา ทั้งภาษีสิ้นปีและ VAT ถ้าจดทะเบียนแล้ว การกู้มาโปะช่องว่างที่เกิดจากใช้เงินภาษีไปก่อน คือวงจรที่ออกยากที่สุด
สองเรื่องภาษีที่ต้องดูในเดือนสิงหาคมนี้ด้วย
- 17 สิงหาคม 2569 เป็นกำหนดยื่น ภ.พ.30 และ ภ.ธ.40 ของเดือนกรกฎาคม เพราะวันที่ 15 ตรงกับวันหยุดราชการจึงเลื่อนมา ใครจด VAT แล้วอย่าลืม
- ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2569 กรมสรรพากรเปิดให้ยื่นแบบ ภ.อ.11 คือแบบแจ้งการจัดทำและจัดเก็บเอกสารหลักฐานในรูปข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้แล้ว จากเดิมที่ต้องยื่นกระดาษที่สรรพากรพื้นที่ ใครกำลังเลิกเก็บแฟ้มกระดาษแล้วย้ายไปเก็บไฟล์ทั้งหมด เรื่องนี้เกี่ยวกับคุณโดยตรง
และถ้ามีรายได้ตามมาตรา 40(5)–(8) ในครึ่งปีแรก อย่าลืมว่า ภ.ง.ด.94 ปิดรับ 30 กันยายน 2569
สรุปให้สั้นที่สุด
ข่าวนี้ไม่ได้แปลว่าฟรีแลนซ์จะกู้ผ่านง่ายขึ้นทันที แต่แปลว่าฝั่งธนาคารมีเงินให้ปล่อยมากขึ้นในปีนี้ คนที่ได้ประโยชน์จริงคือคนที่เอกสารพร้อมตอนประตูเปิด งานที่ควรทำสัปดาห์นี้มีแค่สามอย่าง แยกบัญชีรับงานออกจากบัญชีส่วนตัว เก็บใบแจ้งหนี้กับใบ 50 ทวิ ให้ครบเป็นระบบ และยื่นภาษีให้ตรงรอบ เท่านี้ตอนที่คุณต้องใช้เงินก้อนจริง ๆ คุณจะมีของไปคุยกับธนาคาร
ถ้ายังต้องไล่หาใบแจ้งหนี้เก่าใน LINE กับโฟลเดอร์ดาวน์โหลด MANA รวมโปรเจกต์ ลูกค้า เอกสาร และยอดค้างชำระไว้ที่เดียว ให้ดึงสรุปรายได้ย้อนหลังออกมาได้ในไม่กี่คลิกเวลาต้องใช้จริง
