← บล็อก
เทรนด์อ่าน 5 นาที

ปี 2569 สรรพากรเห็นรายได้ฟรีแลนซ์จากทางไหนบ้าง: บัญชีพิเศษของแพลตฟอร์ม e-Payment และ D-MyTax

สิ่งที่เปลี่ยนไปเงียบ ๆ ในช่วงสองสามปีนี้

ฟรีแลนซ์จำนวนไม่น้อยยังมีภาพจำเดิมว่า ถ้าลูกค้าโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวแล้วไม่ได้ออกเอกสารอะไรเลย รายได้ก้อนนั้นก็เหมือนไม่มีอยู่ในสายตาของกรมสรรพากร ภาพจำนี้เคยใกล้เคียงความจริงอยู่พักหนึ่ง แต่ในปี 2569 มันเปลี่ยนไปเกือบทั้งหมด เพราะกรมสรรพากรไม่ได้รอให้เรากรอกข้อมูลเองอีกต่อไป ระบบรับข้อมูลจากต้นทางหลายทางพร้อมกัน แล้วประกอบเป็นภาพรายได้ของเราไว้ล่วงหน้าก่อนที่เราจะเปิดหน้าจอยื่นแบบด้วยซ้ำ

บทความนี้ไม่ได้เขียนเพื่อขู่ใคร แต่เขียนเพื่อให้เห็นชัด ๆ ว่าข้อมูลรายได้ของฟรีแลนซ์ไหลเข้าระบบจากช่องทางไหนบ้าง และเราควรจัดบ้านฝั่งตัวเองอย่างไรให้ตัวเลขของเราตรงกับตัวเลขที่ระบบเห็น เพราะปัญหาจริงของฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่ไม่ใช่การตั้งใจเลี่ยงภาษี แต่คือ "จำไม่ได้ว่าปีนี้รับงานไปเท่าไหร่กันแน่"

ห้าทางที่ข้อมูลรายได้ของคุณเข้าสู่ระบบ

1. ภ.ง.ด.3 จากลูกค้าที่เป็นนิติบุคคล — ช่องทางที่เก่าที่สุด

ทุกครั้งที่บริษัทจ่ายค่าจ้างให้เราแล้วหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% บริษัทมีหน้าที่นำส่งภาษีนั้นพร้อมยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 ซึ่งระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ชื่อผู้รับเงิน จำนวนเงินได้ และยอดภาษีที่หักไว้ แปลว่ารายได้ก้อนนั้นถูกบันทึกในระบบตั้งแต่เดือนที่เราได้รับเงิน ไม่ต้องรอถึงเดือนมีนาคม

นี่คือเหตุผลที่หลายคนเปิด My Tax Account แล้วเจอยอดเงินได้โผล่มาเองทั้งที่ยังไม่ได้ตามใบ 50 ทวิ จากลูกค้าเลยสักใบ และเป็นเหตุผลเดียวกันที่ทำให้ "ลืมกรอกงานบางชิ้น" กลายเป็นเรื่องที่ระบบจับได้ง่ายมาก

2. บัญชีพิเศษของอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์ม

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2566 กำหนดให้อิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มที่จดทะเบียนในประเทศไทยและมีรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีเกิน 1,000 ล้านบาท ต้องจัดทำ "บัญชีพิเศษ" แสดงรายรับที่ผู้ประกอบการแต่ละรายได้รับผ่านแพลตฟอร์ม และนำส่งกรมสรรพากรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี โดยเริ่มใช้กับรอบบัญชีตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป

เกณฑ์นี้ครอบคลุมแพลตฟอร์มรายใหญ่ที่จดทะเบียนในไทย ทั้งมาร์เก็ตเพลสสินค้าและแพลตฟอร์มบริการ ถ้าคุณรับงานหรือขายผลงานผ่านแพลตฟอร์มในกลุ่มนี้ ยอดที่แพลตฟอร์มจ่ายให้คุณมีเส้นทางเข้ากรมสรรพากรของมันเองอยู่แล้ว โดยไม่เกี่ยวกับว่าคุณออกใบเสร็จหรือไม่

3. ข้อมูลจากธนาคารตามกฎหมาย e-Payment

กฎหมายภาษี e-Payment ที่เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2562 กำหนดให้สถาบันการเงินและผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์รายงานข้อมูลบัญชีที่เข้าเงื่อนไขให้กรมสรรพากรปีละครั้ง เงื่อนไขคือบัญชีที่มีการรับโอนเข้าตั้งแต่ 3,000 ครั้งต่อปีขึ้นไป หรือรับโอนเข้าตั้งแต่ 400 ครั้งขึ้นไปและมียอดรวมตั้งแต่ 2 ล้านบาทต่อปี

ฟรีแลนซ์ที่รับงานเป็นก้อนใหญ่ไม่กี่ก้อนต่อปีมักไม่เข้าเกณฑ์นี้ แต่คนที่รับงานย่อยจำนวนมาก ขายไฟล์ ขายคอร์ส หรือรับพรีออเดอร์ปนกับบัญชีส่วนตัว มีโอกาสเข้าเกณฑ์มากกว่าที่คิด และเมื่อบัญชีที่ใช้ปนกันถูกรายงาน การอธิบายว่า "ยอดไหนเป็นรายได้ ยอดไหนเป็นเงินเพื่อนโอนคืน" จะกลายเป็นภาระของเราเอง

4. D-MyTax กับ My Tax Account

กรมสรรพากรเปิดระบบ D-MyTax (Digital MyTax) เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นระบบ One Portal ที่รวมบริการภาษีไว้ที่เดียว ยืนยันตัวตนครั้งเดียวด้วย Digital ID แล้วใช้ได้ทั้ง My Tax Account, e-Filing, e-Donation และระบบนัดหมาย

สำหรับปีภาษี 2568 ที่ยื่นกันเมื่อต้นปี 2569 ระบบดึงข้อมูลเงินได้ เบี้ยประกัน กองทุน ประกันสังคม และเงินบริจาคมาแสดงให้อัตโนมัติจากหน่วยงานต้นทาง สิ่งที่หลายคนไม่ทันคิดคือ ประโยคว่า "ระบบดึงข้อมูลมาให้ได้" มีความหมายอีกด้านหนึ่งเสมอ นั่นคือ ข้อมูลนั้นอยู่ในมือกรมสรรพากรอยู่แล้ว

5. ความเคลื่อนไหวล่าสุดในเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม 2569

แล้วฟรีแลนซ์ควรทำอะไรในเดือนสิงหาคมนี้

เทียบตัวเลขฝั่งเราเข้ากับตัวเลขที่ระบบเห็น

เปิด My Tax Account แล้วเทียบยอดเงินได้ที่ระบบมี กับยอดที่เราบันทึกไว้เอง ถ้าตัวเลขห่างกัน สาเหตุมักมาจากงานที่ลืมบันทึก งานที่ลูกค้าจ่ายเป็นเงินสด หรือลูกค้าที่ยื่น ภ.ง.ด.3 ด้วยตัวเลขไม่ตรงกับที่โอนจริง การรู้ตั้งแต่เดือนสิงหาคมดีกว่ารู้ตอนปลายเดือนมีนาคม

แยกบัญชีรับงานออกจากบัญชีใช้จ่ายส่วนตัว

ข้อนี้ไม่ต้องรอจดบริษัทหรือจด VAT ทำได้ทันทีด้วยบัญชีธนาคารอีกเล่ม ผลลัพธ์คือรายการเดินบัญชีของบัญชีนั้นเกือบทั้งหมดคือรายได้จริง อธิบายง่าย กระทบยอดง่าย และเวลาต้องพิสูจน์อะไรก็มีหลักฐานชุดเดียวจบ

ทำสายเอกสารให้ครบ ใบเสนอราคา → ใบแจ้งหนี้ → ใบเสร็จ

เมื่อฝั่งลูกค้ามีเอกสารส่งกรมสรรพากรทุกเดือน ฝั่งเราก็ควรมีชุดเอกสารที่เล่าเรื่องเดียวกัน งานหนึ่งชิ้นควรลากเส้นได้ตั้งแต่ราคาที่ตกลง ใบแจ้งหนี้ที่ส่ง เงินที่เข้าบัญชี และใบเสร็จที่ออกให้ ถ้าเส้นนี้ครบ การยื่นภาษีจะเหลือแค่งานรวมยอด

จำเกณฑ์ VAT ให้แม่น: 1.8 ล้านบาทนับจากรายรับ ไม่ใช่กำไร

ฟรีแลนซ์ที่ปีนี้งานดีควรเช็กยอดสะสมทุกไตรมาส เพราะเมื่อรายรับทั้งปีเกิน 1.8 ล้านบาท ต้องยื่นจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วันนับจากวันที่รายรับเกินเกณฑ์ และหลังจากนั้นต้องยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน ไม่ว่าจะมีรายได้ในเดือนนั้นหรือไม่

ถ้าตั้งใจหักค่าใช้จ่ายตามจริง ต้องเก็บหลักฐานตั้งแต่วันนี้

การเลือกหักตามจริงย้อนหลังโดยไม่มีบิลคือทางตัน หลักฐานที่ใช้ได้จริงคือใบเสร็จหรือใบกำกับภาษีที่ออกในนามเรา สลิปโอน และร่องรอยว่าค่าใช้จ่ายนั้นเกี่ยวกับงานที่รับจริง

สรุป

ปี 2569 ไม่ได้มีกฎหมายใหม่ที่ทำให้ฟรีแลนซ์ต้องเสียภาษีมากขึ้นแบบพลิกฝ่ามือ แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือ "ความสมบูรณ์ของข้อมูล" ในมือกรมสรรพากร ทั้งจาก ภ.ง.ด.3 ของลูกค้า บัญชีพิเศษของแพลตฟอร์ม ข้อมูลธนาคารตามกฎหมาย e-Payment และการรวมทุกอย่างไว้บน D-MyTax

วิธีรับมือที่ต้นทุนต่ำที่สุดคือทำให้ระบบบันทึกของเราเองสมบูรณ์กว่าเดิมนิดเดียว รู้ว่าปีนี้รับงานไปกี่ชิ้น ยอดเท่าไหร่ ถูกหักภาษีไปเท่าไหร่ และเอกสารอยู่ครบไหม MANA ถูกออกแบบมาเพื่องานส่วนนี้พอดี ตั้งแต่ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ ไปจนถึงการเก็บยอดหัก ณ ที่จ่ายรายลูกค้าให้ตรวจย้อนได้ตลอดปี