กลางปี 2568 ฟรีแลนซ์ไทยที่รับงานลูกค้าต่างประเทศเคยได้ยินข่าวดีว่าสรรพากรกำลังร่างมาตรการผ่อนภาษีเงินได้ต่างประเทศ แต่พอเดือนกรกฎาคม 2569 กระทรวงการคลังแถลงแผนปฏิรูปภาษี 10 ข้อของรัฐบาลใหม่ กลับไม่มีมาตรการนี้อยู่ในรายการเลยสักข้อ บทความนี้สรุปว่าเกิดอะไรขึ้น กฎที่ใช้อยู่ตอนนี้เป็นแบบไหน และฟรีแลนซ์รับงานนอกควรทำอะไรระหว่างที่เรื่องยังไม่ชัดเจน
เกิดอะไรขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2569
ภายใต้คณะรัฐมนตรีชุดที่สองของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการวันที่ 30 มีนาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงแผนปฏิรูปโครงสร้างภาษีและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ระยะกลาง รวม 10 มาตรการ สองข้อที่เริ่มใช้แล้วในปีนี้คือการยกเลิกสิทธิยกเว้นภาษีสินค้านำเข้ามูลค่าต่ำ (เดิมเพดานอยู่ที่ 1,500 บาท) และการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ตามปริมาณการปล่อยคาร์บอน ส่วนอีกสองข้อที่จะเริ่มปี 2570 คือภาษีส่วนเพิ่มขั้นต่ำระดับโลก (top-up tax) และภาษีท่องเที่ยวขาออก 1,000 บาทสำหรับคนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ
สิ่งที่ไม่มีอยู่ในรายการทั้ง 10 ข้อนี้ คือมาตรการที่ฟรีแลนซ์รับงานต่างประเทศรอคอยมาตั้งแต่ปี 2568: การผ่อนปรนภาษีเงินได้ที่นำเข้าประเทศ (foreign-sourced income remittance)
ทบทวนกฎเดิม: ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับฟรีแลนซ์
เดือนกันยายน 2566 กรมสรรพากรออกคำสั่ง ป. 161/2566 ตีความมาตรา 41 วรรคสองใหม่ ผลคือเงินได้จากต่างประเทศที่นำเข้าไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป ต้องนำมารวมคำนวณภาษีในปีที่นำเข้า ไม่ว่าจะหารายได้นั้นมาเมื่อไหร่ก็ตาม ปิดช่องทางเดิมที่เคยรอข้ามปีแล้วนำเข้าโดยไม่เสียภาษี ตามมาด้วยคำสั่ง ป. 162/2566 ที่ยืนยันว่าเงินได้ที่หามาได้ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2567 ยังคงได้รับยกเว้นภาษี ไม่ว่าจะนำเข้ามาเมื่อไหร่ก็ตาม
กฎนี้กระทบฟรีแลนซ์ไทยที่รับงานจากไคลเอนต์ต่างประเทศโดยตรงและอยู่ในไทยครบ 180 วันในปีภาษีนั้น (ถือเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษี) ทุกคน เพราะเงินได้จากต่างประเทศที่โอนกลับเข้าบัญชีไทยกลายเป็นเงินได้ที่ต้องยื่นแบบและเสียภาษีทันทีที่นำเข้า ไม่ใช่แค่ตอนยื่นภาษีประจำปีเหมือนที่หลายคนเข้าใจผิด
กลางปี 2568 เคยมีความหวัง
เดือนพฤษภาคม 2568 กรมสรรพากรเสนอร่างมาตรการผ่อนปรน ให้เงินได้ต่างประเทศที่นำเข้าไทยภายในปีที่หาได้หรือปีถัดไปได้รับยกเว้นภาษี เป้าหมายคือดึงเงินก้อนใหญ่ที่คนไทยพักไว้นอกประเทศ ซึ่งประเมินกันว่ามีมูลค่ารวมราว 2 ล้านล้านบาท ให้กลับเข้าระบบเศรษฐกิจในประเทศ ร่างนี้เคยมีกำหนดจะเริ่มมีผลตั้งแต่รอบยื่นภาษีเดือนมกราคม-มีนาคม 2569
แต่พอปลายปี 2568 มีการยุบสภาและกำหนดวันเลือกตั้งเป็นวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 วาระทั้งหมดของคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจถูกแช่แข็งไว้รอจัดตั้งรัฐบาลใหม่ รวมถึงร่างมาตรการนี้ด้วย
รัฐบาลใหม่ตั้งแล้ว แต่เรื่องนี้ยังไม่ถูกหยิบขึ้นมา
ผ่านมากว่า 4 เดือนนับจากวันตั้งคณะรัฐมนตรี แผนปฏิรูปภาษี 10 ข้อที่แถลงเดือนกรกฎาคมกลับเน้นไปทางเพิ่มรายได้รัฐมากกว่าลดภาระผู้เสียภาษี ทิศทางนี้สอดคล้องกับที่รัฐมนตรีคลังเคยให้สัมภาษณ์เรื่องจำกัดสิทธิลดหย่อนบางประเภท เพราะรายได้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาลดลงต่อเนื่องหลายปี พูดง่าย ๆ คือ ตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณว่ามาตรการผ่อนภาษีเงินได้ต่างประเทศจะถูกปัดฝุ่นขึ้นมาในเร็ว ๆ นี้
ฟรีแลนซ์รับงานต่างประเทศควรทำอะไรตอนนี้
- อย่าวางแผนการเงินโดยรอมาตรการนี้ ยึดกฎปัจจุบัน (ป.161/2566 และ ป.162/2566) เป็นหลัก เงินได้หลังวันที่ 1 มกราคม 2567 ที่นำเข้าไทยขณะเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษี ต้องยื่นแบบและเสียภาษีเสมอ
- แยกบันทึกวันที่หาได้กับวันที่นำเข้าให้ชัด เก็บสัญญา ใบแจ้งหนี้ วันที่ลูกค้าโอน และวันที่เงินเข้าบัญชีไทยไว้เป็นระบบ เผื่อวันใดกฎเปลี่ยนจะพิสูจน์ได้ทันทีว่ารายการไหนหาได้ก่อนหรือหลังปี 2567
- ระวังการแลกเปลี่ยนข้อมูลภาษีระหว่างประเทศที่กำลังเพิ่มขึ้น มติคณะรัฐมนตรีเดือนมิถุนายน 2569 เรื่องเข้าร่วมความตกลงพหุภาคีแลกเปลี่ยนข้อมูลภาษี บวกกับระบบ D-MyTax และรายงานธุรกรรม e-Payment ของธนาคาร ทำให้สรรพากรเห็นเงินที่ไหลเข้าบัญชีฟรีแลนซ์ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
- ปรึกษาผู้ทำบัญชีเรื่องจังหวะนำเงินเข้าก่อนโอน ไม่ใช่หลังโอน ถ้ามีเงินก้อนใหญ่รอโอนเข้าไทย การเลือกปีภาษีที่จะนำเข้าอาจช่วยประหยัดภาษีได้พอสมควร
- ติดตามการประชุม กนง. วันที่ 26 สิงหาคม 2569 ด้วย แม้ไม่ใช่เรื่องภาษีโดยตรง แต่ทิศทางดอกเบี้ยและค่าเงินบาทกระทบจังหวะแลกเงินของฟรีแลนซ์ที่รับค่าจ้างเป็นสกุลต่างประเทศเช่นกัน
จับตาอะไรต่อ
ปฏิทินที่ควรผูกไว้: ผลประชุม กนง. ครั้งที่ 4/2569 วันที่ 26 สิงหาคม กำหนดยื่นภาษีครึ่งปี ภ.ง.ด. 94 ปลายเดือนกันยายนสำหรับฟรีแลนซ์ที่มีเงินได้ประเภทอื่นนอกจากเงินเดือนประจำ และการแถลงนโยบายเศรษฐกิจรอบถัดไปของกระทรวงการคลัง ซึ่งอาจพ่วงมาตรการผ่อนภาษีเงินได้ต่างประเทศกลับเข้ามาอีกครั้ง หากมีแรงกดดันจากภาคธุรกิจและกลุ่มคนไทยที่มีเงินพักไว้นอกประเทศมากพอ
ระหว่างรอความชัดเจน สิ่งที่ทำได้จริงตั้งแต่วันนี้คือเก็บใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ และหลักฐานการโอนเงินของงานต่างประเทศให้เป็นระบบเดียว ค้นย้อนหลังได้ทันทีเมื่อสรรพากรหรือผู้ทำบัญชีขอดู ใน MANA แต่ละใบแจ้งหนี้บันทึกสกุลเงินและวันที่ออกเอกสารแยกจากวันที่ชำระจริงอยู่แล้ว การเทียบวันที่หาได้กับวันที่เงินเข้าจึงไม่ต้องไล่ค้นอีเมลเก่าทีละฉบับ
