← บล็อก
วิธีใช้งานอ่าน 3 นาที

หัก ณ ที่จ่าย 3% ให้จบในที่เดียว: ออกใบแจ้งหนี้ให้ตัวเลขตรง เก็บใบ 50 ทวิ ครบ และกระทบยอดเงินเข้าใน MANA

ปัญหาคลาสสิกของฟรีแลนซ์ไทย: ออกใบแจ้งหนี้ 53,500 บาท แต่เงินเข้าบัญชี 52,000 บาท แล้วในระบบยังขึ้นว่าลูกค้าค้างจ่าย 1,500 บาท ทั้งที่เขาจ่ายครบแล้ว

ส่วนต่างนั้นคือภาษีหัก ณ ที่จ่าย และถ้าไม่จัดการให้ถูกตั้งแต่ต้น ยอดลูกหนี้ของคุณจะเพี้ยนทั้งปี บทความนี้ไล่ให้ครบตั้งแต่คำนวณจนถึงเอาไปใช้ตอนยื่นภาษี

ขั้นที่ 1: รู้ก่อนว่าใครมีหน้าที่หัก

นิติบุคคล ที่จ่ายเงินให้เรา มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งกรมสรรพากรในนามเรา

บุคคลธรรมดา ที่จ้างเรา ไม่มีหน้าที่หัก ดังนั้นถ้าลูกค้าเป็นเจ้าของร้านที่ยังไม่ได้จดบริษัท ให้ออกบิลเต็มจำนวนตามปกติ

อัตราที่เจอบ่อย:

ประเภทเงินได้ อัตรา
ค่าบริการ / รับจ้างทำของ 3%
ค่าวิชาชีพอิสระ 3%
ค่าเช่าทรัพย์สิน 5%
ค่าโฆษณา 2%
ค่าขนส่ง 1%

ขั้นที่ 2: คำนวณจากฐานที่ถูก

กฎที่คนพลาดบ่อยที่สุด — หักจากยอดก่อน VAT ไม่ใช่ยอดรวม

ตัวอย่างงานออกแบบ 50,000 บาท ของผู้ประกอบการที่จด VAT:

ถ้าคุณยังไม่จด VAT ก็ตัดบรรทัด VAT ออก: ค่าบริการ 50,000 หัก 3% = 1,500 รับจริง 48,500

เงิน 1,500 บาทนั้นไม่ได้หายไปไหน มันคือภาษีของคุณที่ถูกจ่ายล่วงหน้าให้สรรพากรแล้ว

ขั้นที่ 3: ตั้งค่าให้ระบบคิดให้ ไม่ต้องกดเครื่องคิดเลข

ใน MANA:

  1. เปิดหน้าลูกค้า แล้วระบุว่าเป็น นิติบุคคล พร้อมกรอกเลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลักและที่อยู่ตามหนังสือรับรอง — ข้อมูลชุดนี้จะไปโผล่บนเอกสารทุกใบ ไม่ต้องพิมพ์ซ้ำ
  2. ตอนสร้างใบแจ้งหนี้ เปิดสวิตช์ หัก ณ ที่จ่าย แล้วเลือกอัตรา
  3. ระบบจะแสดงสามบรรทัดให้ลูกค้าเห็นชัด: ยอดรวม, ยอดภาษีหัก ณ ที่จ่าย, และ ยอดที่ต้องโอนจริง

บรรทัดที่สามสำคัญกว่าที่คิด เพราะฝ่ายบัญชีของลูกค้าจะไม่ต้องคำนวณเอง และคุณจะไม่ได้รับโอนผิดยอด ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของการทวงเงินที่น่าอึดอัด

ขั้นที่ 4: กระทบยอดตอนเงินเข้า

พอเงิน 52,000 เข้าบัญชี ให้บันทึกรับชำระในใบแจ้งหนี้ใบนั้น ระบบรู้อยู่แล้วว่า 1,500 บาทที่หายไปคือภาษีหัก ณ ที่จ่าย ไม่ใช่ยอดค้าง จึงปิดใบแจ้งหนี้ว่าชำระครบ และแยกยอด 1,500 ไปเก็บเป็นภาษีจ่ายล่วงหน้า

นี่คือจุดที่สเปรดชีตพังบ่อยที่สุด เพราะคนมักบันทึกรับ 52,000 แล้วปล่อยให้ยอดค้าง 1,500 ค้างเติ่งข้ามเดือน สิ้นปีมานั่งงงว่าทำไมลูกหนี้บวมทั้งที่เก็บเงินครบทุกงาน

ขั้นที่ 5: ไล่เก็บใบ 50 ทวิ ให้ครบ

หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) คือหลักฐานที่ทำให้ 1,500 บาทนั้นใช้เป็นเครดิตภาษีได้จริง ไม่มีใบ = จ่ายภาษีซ้ำ

วิธีที่ใช้ได้ผล:

ขั้นที่ 6: เอาไปใช้ตอนยื่นภาษี

ยอดหัก ณ ที่จ่ายทั้งหมดที่สะสมไว้ ใช้เป็นเครดิตหักออกจากภาษีที่ต้องชำระได้ ทั้งตอนยื่นครึ่งปี (ภ.ง.ด.94 ถ้าเข้าเกณฑ์) และตอนยื่นประจำปี (ภ.ง.ด.90)

ฟรีแลนซ์จำนวนไม่น้อยที่ถูกหัก 3% ทุกงานตลอดปี พอคำนวณจริงแล้วภาษีที่ต้องเสียน้อยกว่ายอดที่ถูกหักไป กรณีนี้ ขอคืนภาษีได้ แต่ต้องยื่นเท่านั้นถึงจะได้คืน ไม่ยื่นคือปล่อยให้เงินตัวเองอยู่กับสรรพากรเฉย ๆ

ใน MANA เปิดหน้ารายงานการเงิน กรองช่วงวันที่ที่ต้องการ แล้วดูยอดรวมภาษีหัก ณ ที่จ่ายของช่วงนั้นได้เลย ไม่ต้องเปิดใบแจ้งหนี้ทีละใบมาบวกเอง

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยที่สุด 5 ข้อ

  1. หักจากยอดรวม VAT ทำให้ยอดเกินไป 105 บาทต่อทุก 50,000 และตัวเลขไม่ตรงกับที่ลูกค้านำส่ง
  2. หักกับลูกค้าบุคคลธรรมดา ทั้งที่เขาไม่มีหน้าที่หัก ทำให้เก็บเงินขาดโดยไม่ได้ใบ 50 ทวิ มาแลก
  3. บันทึกเงินเข้าเป็นยอดเต็ม แล้วตัวเลขในระบบไม่ตรงกับสมุดบัญชีธนาคาร
  4. ไม่เก็บใบ 50 ทวิ เท่ากับยกภาษีที่จ่ายไปแล้วให้ฟรี
  5. ไม่บอกลูกค้าล่วงหน้าว่าต้องโอนเท่าไร แล้วมานั่งไล่ตามส่วนต่างทีหลัง ซึ่งเสียเวลาทั้งสองฝ่าย

จัดการเรื่องนี้ให้เป็นระบบครั้งเดียว แล้วปีหน้าตอนยื่นภาษีคุณจะใช้เวลาเป็นสิบนาที ไม่ใช่ทั้งสุดสัปดาห์ ลองตั้งค่าหัก ณ ที่จ่ายกับลูกค้านิติบุคคลรายถัดไปใน MANA แล้วดูว่าใบแจ้งหนี้ออกมาตัวเลขตรงตั้งแต่ใบแรก